ตั้งแต่มีการเปิดด่านพรมแดนมานั้นในฝั่งประเทศกัมพูชาด้าน อ.ปอยเปต ยังไม่คึกคักเช่นกัน บนถนนมีรถวิ่งจำนวนน้อยมากแม้แต่ในตลาดสดปอยเปตติดกับแหล่งคาสิโน ก็มีผู้คนเดินกันบางตา ซึ่งไม่แตกต่างกับประเทศไทยบนถนนสายศรีเพ็ญเส้นขนานกับตลาดโรงเกลือมีรถนักท่องเที่ยววิ่งกันน้อยมาก รวมถึงในตลาดโรงเกลือนักท่องเที่ยวหาซื้อสินค้าบางตา ตลอดจนหน้าบริเวณด่านพรมแดนถาวรคลองลึกนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศยังคงเงียบเหงา เว้นแต่ผู้ประกอบการตลาดค้าส่งชายแดน(ตลาดโรงเกลือ)ที่เดินทางเข้า-ออกบ่อยครั้ง เนื่องจากทางรัฐบาลไทยได้กำหนดในการประทับตราลงในหนังสือเดินทางบอเดอร์พาสของกัมพูชาอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้เพียง 2คืน 1 วันเท่านั้น จำเป็นต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยแล้วกลับเข้ามาใหม่ จะเสียค่าตีตราฝั่งกัมพูชาครั้งละ 50บาทก่อนกลับเข้าไทย ตั้งแต่เปิดด่านจนถึงปัจจุบันนี้ทำเอาผู้ประกอบการค้าในตลาดเศรษฐกิจพิเศษบ่นกันเป็นแถวว่าการอนุญาตให้เวลาน้อยเกินไป โดยเฉพาะหนังสือเดินทางบอร์เดอร์พาสทำมาใหม่นั้นประทับตราเข้า-ออก ตั้งแต่ด่านเปิดวันที่ 1 พ.ค.65 ใกล้จะหมดเล่ม จะต้องเดินทางออกไปทำเล่มใหม่ เสียเวลาทางการค้ากว่าจะได้เล่มใหม่ต้องรอเวลาถึง 7 วัน
ด้านคนไทยในการเดินทางไปยังกัมพูชา อ.ปอยเปต ใช้หนังสือเดินทาง บอเดอร์พาสและพาสปอร์ต ก็โดนผลกระทบเหมือนกัน โดยต้องเสียเงินทาง ตม.กัมพูชาฝั่งขาออกประเทศ 100 บาทและฝั่งขาเข้าไทย 100บาท หรือชาวบ้านเรียกกันว่า”ค่าเหยียบแผ่นดิน” โดยไม่มีการออกใบเสร็จรับเงิน ทำเอาคนไทย “งง” ไม่มีการกำหนดการเก็บเงินที่ชัดเจน บางคนโดนเรียกเก็บเงินแพงมากต้องต่อรองกับ จนท.ตม.กัมพูชา กันให้วุ่น คนไทยบางคนตั้งคำถามทำไม จนท.กัมพูชาเห็นขี่ จยย.เข้ามาไทยกันทุกวันเข้า-ออกแบบสบายๆ ไม่มีเงื่อนไขบางครั้งเข้าไปถึง อ.เมืองอรัญประเทศ พวกเขาไม่เสียเงินค่าเหยียบแผ่นดินเราบ้างหรือ ทำให้คนไทยทนไม่ไหวที่ถูกเอาเปรียบในครั้งนี้จะรวมตัวร้องเรียนหน้าสถานกงสุลกัมพูชาประจำประเทศไทย ให้แก้ไขชี้แจงเหตุผลความโปร่งใสในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชา

อดิศักดิ์ I สระแก้ว
