จากกรณีที่เป็นข่าวจากที่เพจอยากดังจัดให้ รีเทิร์น part 3 ได้โพสต์ข้อความว่า “ น้องๆแจ้งเข้ามา..ให้สื่อสังคมช่วยตรวจสอบหน่อย..การทำโทษนั้นมันเหมาะสมหรือไม่ กับแดดเมืองไทย(มีคลิปเพิ่มเติม )-น้องบอกว่า 1ในคนที่ถูกทำโทษ เข้าไปอ้วกแตก นั่งร้องไห้ ในห้องน้ำ
ผอ.รร.หนึ่งย่านพานทอง ทำโทษเด็กเรื่องที่ไม่ติดโบว์,ไว้หน้าม้า,โดยการให้เด็กนั่งตากแดกกลางสนามเกือบชั่วโมง,วิ่งรอบสนาม ให้เด็กที่เป็นโรคหัวใจลุกนั่งเเล้วก็นั่งตากแดด,บลูลี่รูปร่างเด็กว่าครูเเละนักเรียนถึงการอบรมสั่งสอนให้นอนตากเเดดกลางเเขนกลางขากลางเเดด “ พร้อมกับคลิปวิดีโอจนมีชาวเน็ตเข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนดังกล่าวพบเป็นโรงเรียนวัดหนองกะขะ ต.หนองหงส์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี วันนี้เป็นวันอยุดเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่อนุบาล 2 ถึง ม.3 โดยมีนางสาวสโรชา คล้ายพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนและมีการติดต่อเพื่อขอสัมพาทกับทาง ผอ.แล้วทาง ผอ.ไม่สะดวกให้สัมภาษแต่อย่างได้ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามเรื่องราวจากเด็กนักเรียนและเด็กนักเรียนก็มีการเล่าเรื่องราวกับทางผู้สื่อข่าวหลังจากที่มีข่าวออกตามสื่อต่างๆนั้นวันนี้มีเฟสบุ๊คชื่อว่า Wisut Homsin ได้นำคลิปจากเพจข่าวดังมาโพสต์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัวพร้อมกับตำหนิสื่อช่องดังกล่าวว่า “ฝากบอกคนทำข่าวด้วยควรจะชัดเจนกว่านี้ เด็กอายุเท่าไหร่เชื่อเด็ก ทำโทษโดยให้เด็กวิ่งรอบสนาม ผิด ถ้าเด็กไม่ผิดระเบียบจะทำโทษเผื่อ ถ้าทำอะไรไม่ได้จะมาเรียนที่โรงเรียนขยายโอกาสเพื่ออะไร ทำไม่ไม่ไปสอบโรีงเรียนชั้นนำล่ะ ทนไม่ได้กับสื่อที่ทำแบบนี้ ผมขอเชฟ ผอ ครับ และอีกโพสต์ฝากบอกไอ้เพจดังๆด้วยมามามา หนองกะขะยินดีรับฟัง โรงเรียนนี้มันมีอะไรอีกเยอะแยะ หนนี้ขอเข้าข้าง ผอ แล้วกันน่ะ
สื่อและมีการคอมเม้นต์ตามอีกว่าแมร่งฟังเด็กสัมภาษณ์เด็ก ทีหลังก็ไม่จำเป็นต้องมี ผอ หลอก ให้เด็กมาเป็น ผอ น่ะ ไอ้ข่าวสด พอหลังจากที่ได้นำคลิปข่าวไปโพสต์นั้นซึ่งผู้สื่อข่าวภูมิภาคได้อยู่ในพื้นที่อาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดจึงได้มีการ ชี้แจงกับเรื่องราวเพื่อให้ชัดเจนในการลงพื้นที่ว่า เมื่อมีงานสั่งก็ต้องไปทำ ไม่ทำก็ตกงาน ทำตามหน้าที่ งานสั่งก็ต้องลงพื้นที่ เมื่อ ผอ ไม่ออกมาแจง ก็ต้องให้เด็กเล่าเพราะ เด็กส่งเรื่องไปยังเพจดัง หรือ ผู้ใหญ่จะออกแจงแทน ผอ ครับ ว่าสาเหตุเพราะอะไร จากนั้นทางเจ้าของโพสต์ดังกล่าวก็ได้คอมเม้นต์อย่างรุนแรงกลับว่าถามจริงๆน่ะ ถ้าเค้าสั่งให้คุณไปตายจะไปไหม น่าสมเพช ใช้หลักการณ์และเหตุผลมาคุยกันมา ”พร้อมกับได้แคปรูปโปรไฟล์เฟสบุ๊คหลักที่มีชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษและได้เอาไปโพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวเพื่อประกอบกับคลิปข่าวซึ่งเป็นโพสต์สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตทำให้ผู้คนได้เห็นและเข้าใจว่าบุคคลนั้นเป็นใครจึงเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA ที่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 65 นี้

ต่อมา นายสวัสดิ์ ผลชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ข่าวสด ประจำจังหวัดชลบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พงศธร ลาลิน รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.พานทองหลังจากที่ถูกผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งนำเอาข้อมูลจากเฟสบุ๊คส่วนตัวไปโพสต์ประกอบกับภาพข่าวที่ออกตามสื่อเพื่อเป็นการชี้นำหรือแขวนบนเฟสบุ๊คของตัวเองทำให้คนเข้าใจผิดถึงการทำงานของสื่อและบ่งบอกว่าคนในภาพเป็นใคร ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลจากทางเฟสบุ๊คชื่อว่าทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อมูลลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า “การนำรูปภาพ และ Profile ของบุคคลอื่นมาแขวน ใน Facebook หรือ IG เพื่อประจาน หรือให้คนอื่นเข้าไปส่อง ,ค้นหา หรือด่า ผิด พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ ”จึงได้แจ้งความกับผู้ใช้เฟสบุ๊คดังกล่าว เรื่อง พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทำให้ได้รับความเสียหายและทำให้บุคคลเข้าถึงตัวตนส่วนบุคคลการทำหน้าที่สื่อดังกล่าว
จากการสอบถามนายสวัสดิ์ ได้เปิดเผยว่าตนเป็นผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดชลบุรี เมื่อมีคนร้องไปยังเพจชื่อดังและวมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามข่าวสารและหาข้อมูลซึ่งทางผู้สื่อข่าวก็ได้ลงหาข้อมูลทั้ง2ฝ่ายเกี่ยวกับเด็กถูก ผอ.โรงเรียนดังใน จ.ชลบุรีที่ถูกลงโทษ ซึ่งในข่าวจะมีแค่เด็กที่ออกมาพูดเพราะทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียนดังกล่าวแล้วแต่ทาง ผอ.ไม่สะดวกให้สัมภาษและไม่ให้เสียงไดๆมาออกสื่อ จึงไม่ได้มีเสียงของทาง ผอ.มาออกในสื่อดังกล่าวจึงมีเพียงเด็กนักเรียนเท่านั้นที่ออกมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่สื่อหลักๆได้ออกไปทำให้มีบุคคลดังกล่าวที่ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งออกมาวิจารย์ถึงการทำหน้าที่สื่อซึ่งตรงนั้นทางตนไม่มีการตอบโต้ไดๆเพราะทุกคนมีสิทธิ์วิจารย์ได้แต่การเอาเฟสบุ๊คส่วนตัวไปประกอบกับภาพที่ออกในสื่อโพสต์ลงฟสบุ๊คของตัวเองนั้นและทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในการทำหน้าที่สื่อและเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงในจริยธรรมในการนำเสนอของสื่อจึงได้นำหลักฐานเข้ามาแจ้งความดังกล่าว

นิธิโชติ I ชลบุรี
