จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จากสถิติในปี 2564 มีจำนวนสูงกว่า 12 ล้านคน เรื่องที่น่าเป็นห่วงของวัยนี้คือการพลัดตกหกล้ม ในแต่ละปีจะพบอุบัติเหตุผู้สูงอายุหกล้ม ประมาณ 3 ล้านราย และบาดเจ็บต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล มากกว่า 60,000 รายต่อปี โดยมีผู้เสียชีวิตจากการหกล้มเฉลี่ย วันละ 4 ราย และยังเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุเกิดความพิการ ส่งผลกระทบต่อจิตใจ หวาดกลัวการหกล้ม และต้องพึ่งพาผู้อื่น ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น กระทบต่อเศรษฐกิจของครอบครัวและสังคม ซึ่งการพลัดตกหกล้ม มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว ร้อยละ 80 โดยจุดเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังคือ พื้นเปียก ลื่น รวมทั้งเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม คือรองเท้าที่สวมใส่ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นมีดอกยาง เพื่อป้องกันการลื่น

สำหรับผู้สูงอายุสามารถลดความเสี่ยง และป้องกันการพลัดตกหกล้มได้ โดยมีคำแนะนำ ดังนี้

  1. ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน เช่น การยกน้ำหนัก ยกขวดน้ำ การใช้ยางยืด หรือการดันน้ำหนักกับเก้าอี้หรือผนังที่มั่นคง ครั้งละ 30 นาที และไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ จะทำให้มีมวลกล้ามเนื้อ แข็งแรงขึ้น ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว และการทรงตัวดีขึ้น
  2. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็น
  3. ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น พื้นมีดอกยางกันลื่น สามารถเคลื่อนไหวก้าวเดินได้สะดวก
  4. ผู้ที่มีความบกพร่องในการเดินหรือการทรงตัว ควรใช้อุปกรณ์ช่วยเดินช่วยพยุง เช่น โครงเหล็กช่วยเดิน/ไม้เท้า
  5. ควรเลี่ยงการเดินขึ้น-ลง บันได
  6. หากหกล้ม ขยับไม่ได้ ให้ญาติหรือผู้ดูแล โทร 1669 แจ้งขอความช่วยเหลือจากระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน

ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อภัยดังกล่าว และประการสำคัญ ผู้สูงอายุควรเข้ารับการตรวจประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มปีละ 1 ครั้ง ได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ, โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง ซึ่งจะทำการคัดกรองโดยการซักประวัติการหกล้ม การประเมินสมรรถภาพทางกาย พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และจัดการกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เป็นต้น