ที่ห้องประชุมกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน พลเอก สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก/เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพบกและคณะ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามการดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนหน้า โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พลตรีรุศมนตรี จิณเสน หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำน่าน พลตรี สุริยะ เอี่ยมสุโร รองแม่ทัพภาคที่ 3 พลตรี ธนิศร อาสมะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พลตรี สมเจตตะณ์ ภักดีบรรณดิษฐ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ พลเอก สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก/เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะ ได้รับฟังบรรยายสรุป พร้อมกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ถือโอกาสนำคณะผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรส่วนกลางมาร่วมเยี่ยมเยียนมาพบปะในการทำงานในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งภาระหน้าที่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในอำนาจหน้าที่ในความรับผิดชอบคือการทำหน้าที่ในเรื่องของการรักษาความมั่นคงภายใน โดยเฉพาะด้านยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงในประเทศ
สำหรับพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นอีกพื้นที่ที่มีลักษณะพื้นที่ปฏิบัติงานและมีปัญหาด้านทรัพยากรการบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำน่าน และทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งจังหวัดน่าน เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ ร้อยละ 45% ของแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทย เกือบทั้งประเทศ เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญ ต้องรักษาผืนป่าต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยภาระหน้าที่และบริบทปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สิ่งที่ทุกคนต้องมีการระดมทุนอาการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายความมั่นคง ภาคส่วนต่างๆ รวมถึงพี่น้องประชาชน ต้องมีร่วม ในการเข้ามาแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งในเรื่องของปัญหายาเสพติดด้วย ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้ประสานให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ช่วยประสานและผลักดัน ดังนี้ 1. ผลักดันให้พื้นที่กลางน้ำ ปลายน้ำ

ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ต้นน้ำ ให้การสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ องค์ความรู้ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดน่าน 2. ผลักดันให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการสร้างความชุ่มชื้นของป่า หรือการจัดทำแหล่งน้ำในพื้นที่ เช่น ติดตามเร่งรัดผลการดำเนินงานตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) เป็นต้น พร้อมทั้งสนับสนุนแผนงาน/โครงการที่พิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน 3. สนับสนุนงบประมาณให้กับแผนงาน/โครงการที่สอดคล้องกับภารกิจของ กอ.รมน. เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ตามโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของ กอ.รมน., โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำจังหวัดน่าน 4. ผลักดันให้ลุ่มน้ำปิง วัง ยม นำโมเดลของจังหวัดน่านไปเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ โดยขับเคลื่อนไปพร้อมกัน นำร่องการจัดทำผังน้ำชุมชน จังหวัดละ 1 ตำบล
ที่ผ่านมา พลตรี รุศมนตรี จิณเสน หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำน่าน ได้ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน มณฑลทหารบกที่ 38 หน่วยราชการจังหวัดน่าน และตัวแทนองค์กรภาคเอกชน ผู้ใช้น้ำ ผู้นำชุมชน ได้วางแนวทางและกำหนดแผนการปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำน่านแบบบูรณาการ ในจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดน่าน และการบริหารจัดการน้ำ อย่างยั่งยืน

เนื่องจากจังหวัดน่านเป็นต้นน้ำสำคัญของประเทศ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาการบุกรุกทำลายป่าจำนวนมาก จนมีลักษณะเป็นภูเขาหัวโล้น สาเหตุจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดน่านเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชัน พื้นที่ราบที่ทำกินไม่ได้ มีเพียงประมาณร้อยละ 20 จังหวัดน่าน จึงมีการบุกรุกถือครองเข้าไปทำกินตามพื้นที่ป่าสูงชัน ป่าไม้ถูกบุกรุกเป็นไปในลักษณะการตัดไม้เผาป่าเพื่อทำการเกษตรและเป็นที่อยู่อาศัย
ซึ่ง โครงการสร้างป่าสร้างรายได้“ ที่บ้านสบขุ่น หมู่ที่ 7 โดยมี ราษฎรที่จะเข้าร่วมโครงการฯเพื่อขับเคลื่อน โดยทางภาครัฐและภาคเอกชน ให้การสนับสนุน ในการขยายผลของโครงการฯ ตามความต้องการของราษฎร ในการปลูกพืชเศรษฐกิจได้แก่ กาแฟ อะโวกาโด โกโก้ และมะม่วงหิมพานต์ เพื่อทดแทนการปลูกข้าวโพดเพิ่มเติม ซึ่งในการประชุมประชาคมหมู่บ้าน ได้มีการรับสมัครราษฎรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขการปลูกพื้นที่ 1 ไร่ ต้องคืนผืนป่า 2 ไร่ และมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการไม่เลิกล้มก่อนที่จะเก็บผลผลิต ได้

ซึ่งผลการดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีราษฎรที่เข้าร่วมโครงการฯจำนวน 93 ครอบครัว พื้นที่ 4,899 ไร่ เดิมเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพด 4,168 ไร่ ปลูกข้าวและอื่นๆ 731 ไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกข้าวโพด 2,170 ไร่ (ลดลง 1,998 ไร่) ,ข้าวและอื่นๆ 731 ไร่ , เป็นแปลงแปลงสร้างป่าสร้างรายได้โดยส่งเสริมการปลูกกาแฟอระบิก้า 630 ไร่และราษฎรคืนพื้นที่ปลูกข้าวโพด (ละเหล่า) จนเกิดป่าโดยไม่ต้องปลูก 1,470 ไร่ ทำให้เกิดพื้นที่สีเขียว ได้ป่ากลับคืนมา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ”โครงการสร้างป่าเศรษฐกิจ เพื่อลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดบนพื้นที่สูงชัน
พร้อมขอนุมัติในการใช้พื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย จากกรมป่าไม้ โดยมีเป้าหมายในการลดพื้นที่การปลูกข้าวโพด เพื่อทำให้ดอยหัวโล้นลดลง สร้างป่าเปียก ได้ป่ากลับคืนมา และราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่มั่งคงยั่งยืนบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ครอบคลุมพื้นที่ ที่ราษฎรเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สามารถขับเคลื่อนในการสนับสนุนงบประมาณได้อย่างเป็นรูปธรรมยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อที่จะแก้ปัญหาที่ดินทำกินรูปแบบคนอยู่กับป่า รัฐยอมรับได้ คือ “รัฐได้ป่า ประชาชนได้ทำกิน” ซึ่งในจังหวัดน่าน หัวใจสำคัญคือการฟื้นฟู รักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ รวมทั้ง เพื่อให้ประชาชน สามารถอยู่อาศัยอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ต่อไป

พ.อ.พยอม I น่าน
