ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามพ่อค้าแม่ค้าบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิเขตใต้ อ.เมือง จ.นนทบุรี ถึงการดูแลป้องกันตัวเองที่มีร้านขายของหน้ามหาลัยฯและลูกหลานที่ต้องเดินทางกลับบ้านโดยใช้เส้นทางหรือมารอขึ้นรถโดยสารประจำทาง

ป้า แอ๋วหมูตุ๋น อายุ 64 ปี (สวมเสื้อลายครามใส่เอี้ยมสีส้ม)เจ้าของร้านก๊วยเตี๋ยวหมูตุ๋น กล่าวว่า ตนเปิดร้านขายของอยู่ติดริมถนนไม่ว่าจะนักศึกษาตีกันหรืออุบัติเหตุบนถนน ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร เขา เอะอะอะไรกันมาหรือไม่เสียงปะทัดเสียงปืนก็ต้องหันไปมองแล้ว เพราะถ้าเห็นเขามาใกล้ๆก็จะได้หลบทัน และเวลามีเรื่องถ้าโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ขอให้มากันไวนิดนึง ฉับไวหน่อยให้มากันไวๆหน่อย ไม่ใช่ว่าทิ้งเวลาไว้ครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงนึงกว่าจะมา จนเขาไปไหนต่อไหนแล้ว

อย่างกรณีที่ขามีเรื่องกันเนี่ยเราก็กลัวเป็นเรื่องธรรมดา กลัวจะโดนลูกหลง เราก็ไม่รู้ว่าไปมีเรื่องอะไรกันมาแต่ก็ไม่น่าจะถึงขนาดที่ต้องฆ่ากันแบบนี้ เดียวนี้ปืนทำไมมันหาง่ายจัง นักศึกษาแต่ละคนจะมีปืนกันทั้งนั้น เมื่อหลายปีก่อนตอนที่มีงานสถาปนานะ นักศึกษาเดินกันเต็มซอยเลยนั่งกินกันตามริมถนนเนี่ยเพียบไปหมด แต่ตั้งแต่เขาเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยก็ไม่ค่อยมีนักเรียนตีกันแล้ว เพิ่งจะมาชวงต้นปีนี้แหละชักจะถี่ขึ้น และครั้งนี้แหละที่รุนแรงที่สุด

ป้า อ้อน อายุ 62 ปี (สวมเสื้อสีชมพูผ้ากันเปื้อนสีส้ม)เจ้าของร้านเกี๊ยวไก่ทอด กล่าวว่า เวลาที่เขาตีกันป้าก็วิ่งหนีเลย วิ่งเข้าบ้านก่อนเลยไม่ดูไม่มองอะไรทั้งนั้นแหละ วิ่งเข้าร้านก่อนเลย ไม่รู้จะบอกให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาแก้ไขดูแลยังไง เพราะว่ามันก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องมาดูอยู่แล้ว  จะให้ไปบอกว่าเขาจะต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ก็ไม่ใช่ จากเหตุการณ์ที่นักเรียนยิงกันตนก็กลัวเพราะตนก็มีลูกหลานเหมือนกันเราก็ไม่อยากให้มันมีเหตุการณ์แบบนี้อยู่แล้ว ตอนนี้บอกและกำชับลูกหลานหล้กเลี่ยงจึดที่เขามีการรวมกลุ่มกันเยอะๆ รีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด เลิกเรียนแล่วตรงกลับบ้านเลย

ทางด้าน ลุง ศิริ บุญศิริ อายุ 70 ปี (สวมเสื้อสีครีมคาดน้ำเงิน) ข้าราชการบำนาญ ชาวบ้านที่มาซื้อของหน้ามหาลัยฯ กล่าวว่า มันยุค พ.ศ.นี้แล้ว มันควรจะนึกถึงอนาคตตัวเองที่การศึกษาพ่อแม่ส่งมาเรียนมันไม่น่าจะเป็นยุคมาตีกันแบบสมัยเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ที่คนเรายังโง่อยู่ เดี๋ยวนี้โภชนาการก็ดีสมองน่าจะมีคิดได้บ้าง สมัยนี้เขาตีกันเพราะอะไร เรื่องของสถาบันหรอ รุ่นพี่ๆที่ประสบการณ์มากกว่าอนาคตมีไม่มีรู้อยู่แล้วควรจะสอนน้องได้ เวลาเจอเหตุการณ์นักเรียนตีกันอันดับแรกก็ต้องหลบก่อนหาที่ยืนหลบตามเสาไฟฟ้าก็ยังดี เกิดเปรี้ยงปร้างขึ้นมาจะได้ติดเสาไฟ้ฟ้าก่อนไม่โดนกระบาลเรา จะให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาแก้ไขยังไงก็ไม่รู้

ทำไมเด็กถึงไม่มีจิตสำนึกตรงนี้ เพราะผู้ใหญ่ในสถาบันของเขาก็อบรมสั่งสอนของเขาอยู่แล้ว พูดจะปากถึงหูแล้ว เพราะมันเป็นค่านิยมของเด็กไม่อย่างนั้นเพื่อนก็จะไม่ยอมรับตรงนี้เนี่ยมันจะแก้ยังไงสังคมของเขาถ้าไม่เจ๋งไม่เฮ้วไม่เป็นแนวหน้าเพื่อนจะไม่ยอมรับมันติดตรงนี้แหละ เพราะที่ถามๆและพูดคุยกับวัยรุ่นเขาว่าไม่งั้นมันก็ไม่มีที่ยืน ลุงศิริทิ้งท้ายว่าเดียวนี้ปืนหาง่ายกว่าหาร้านก๊วยเตี๋ยวอีก ปืนเนี้ยเปิดหาทางออนไลน์เนี้ยเจอเลยนะจะเอาอะไรอ่ะ

ฉัตรมงคล I นนทบุรี