กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเจตนารมณ์รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ ร่วมกับภาคีเครือข่าย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมเชฟแห่งประเทศไทย สมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด และสมาคมการค้ธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “กินเค็มพอดี ต้องมีไอโอดีน” ส่งเสริมให้คนไทยรอบรู้ อยู่อย่างสุขภาพดี

ดร.สาธิต ปิตุตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ “กินเต็มพอดี ต้องมีไอโอดีน” และประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ร่วมกับภาคีเครื่อข่  าย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมเชฟแห่งประเทศไทย สมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด และสมาคมการค้ธุรกิจ ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า

วันที่ 25 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยได้ดำเนินการส่งเสริมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้รณรงค์ให้ประช าชนมีความรู้ และเกิดความตระหนัก เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคที่เหมาะสม ภายใต้แนวคิด “กินเค็มพอดี ต้องมีไอโอดีน” ด้วยการรณรงค์การใช้เกลือ และผลิตภัณฑ์ปรุงรสเสริมไอโอดีนอย่างเพียงพอ บริโภคโซเดียมไม่ควรเกิน 2,000 มิลสิกรัมต่อวัน เทียบเท่ากับเกลือที่ใช้ปรงอาหารไม่เกิน 1 ช้อนขา หรือน้ำปลาไม่เกิน 4 ช้อนชาต่อวัน

ซึ่งจากผลสำรวจปี 2564 พบว่า คนไทยบริโภคโซเดียมสูงถึง 3,636 มิสิกรัมต่อวัน สูงกว่าค่าที่องค์การอนามัยโลก แนะนำเกือบ 2 เท่า อีกทั้งยังมีพฤติกรรมการเติมเกสือ น้ำปล า หรือซอสปรุงรสในอาหาร หรือใส่ลงบนอาหาร โดยตรงเพื่อเพิ่มรสชาติ ทำให้คนไทยเสี่ยงได้รับปริมาณโซเดียมเกินกว่าความต้องการในแต่ละวัน

“กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความรอบรู้ให้คนไทยมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการเสือกบริโภคเกลือ และผลิตภัณฑ์ปรุงรสเสริมไอโอดีนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอ ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระ าชทานคำชี้แนะ ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติครั้งที่ 1/2565 ที่ผ่านมา

พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้เกิดชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในปี 2570 โดยการขับเคลื่อน ผ่านแพลทฟอร์มไอโอดีน ส่งผลให้ปัจจุบันมีชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน จำนวนทั้งสิ้น 23,911 แห่ง แบ่งเป็นระดับ เหรียญทอง จำนวน 8,583 แห่ง ระดับเหรียญเงิน จำนวน 4,819 แห่ง และระดับเหรียญทองแดง จำนวน 10,509 แห่ง” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ทางด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2565 – 2570 ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ของโรคขาดสารไอโอดีนในในภาพรวมของประเทศไทยดีขึ้นเป็นสำดับ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ มีค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะภาพรวมของประเทศปี 2564 เท่ากับ 155 ไมโครกรัมต่อสิตร

บรรลุตามค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สำหรับความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนดีขึ้นจากปี 2563 ที่มีการใช้ร้อยละ 80.2 เพิ่มเป็นร้อยละ 84.2 ในปี 2564 แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ และให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งเสริมให้ประชาชนปรุงประกอบอาหารด้วยผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

ฉัตรมงคล I นนทบุรี