จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าในช่วงที่ 11- 14 กรกฎาคม 2565  มรสุมตะวันออกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนัก บริเวณภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ มีผลกระทบอย่างสูงต่อหลายจังหวัด  ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างไปทั่วทั้งจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เป็นเวลานับชั่วโมง

โดยฝนเริ่มโปรยปรายตั้งแต่เวลา 18.30 น. และตกหนักไปจนถึงเวลา20.00 น. ส่งผลให้น้ำฝนที่มีปริมาณมากนั้นไหลบ่าลงสู่ที่ท้องถนนอย่างรวดเร็ว  ระดับน้ำบนถนนสูงกว่าฟุต  บางจุดรถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ เช่นบริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลชัยภูมิ ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ น้ำจะไหลมารวมกันอยู่ที่ตรงนี้ทุกปี  ประชาชนพากันถ่ายภาพน้ำ ทั้งถนน และ ที่ไหลเข้ามาในบ้านของตน หลายคนบอกให้เพื่อนเตรียมขนย้ายของขึ้นที่สูง ต่างส่งภาพขึ้นในโซเชี่ยล  และไลน์ของเทศบาลกันอย่างมากมาย

หลังฝนเบาบางลง ผู้สื่อข่าวได้ออกตระเวนสำรวจเส้นทางน้ำ ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่เทศบาล เทศกิจ และฝ่ายป้องกันรวมทั้งมองเห็นผู้บริหารบางท่านออกมาช่วยอำนวยการ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องกีดขวาง และป้ายเตือนในเขตน้ำลึกที่รถไม่สามารถผ่านไปได้ พร้อมเปิดเดินเครื่องสูบและผลักดันน้ำที่เตรียมไว้ในทุกจุดเพื่อผลักดันน้ำให้ไหลสู่คลองและห้วยเสวโดยเร็ว  เจ้าหน้าที่บางส่วนเดินเก็บขยะและกิ่งไม้ที่ไหลตามน้ำมาปิดปากท่อเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวกขึ้น

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาลเมืองชัยภูมมิ ปรากฏว่าทั้งสองท่านไปราชการ นำเสนองบประมาณ อยู่ใน กทม. แต่ได้ติดตามข่าวและโทรศัพท์แนะนำ สั่งการเป็นระยะๆ  ขณะเดียวกันก็มีกระแสร์ข่าวแจ้งว่าเหตุที่น้ำล้นท่วมขังโดยเร็วเป็นเพราะเขื่อนลำปะทาวได้ทำการระบายน้ำลงมา  ทำให้น้ำในลำคลอง และห้วยเสว ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำมีระดับน้ำสูงกว่าปกติ  และการระบายน้ำของเทศบาลเป็นไปอย่างเชื่องช้า จึงได้ประสานให้เขื่อนหยุดปล่อยน้ำในทันที เจ้าหน้าที่คาดหมายว่าถ้าเขื่อนหยุดปล่อยน้ำในทันที การระบายน้ำทำได้สะดวกทั้งคืน สถานการณ์ก็จะคืนสู่ความปกติในเช้าวันพรุ่งนี้แน่นอน

งามนิตย์ : วรเทพ I ชัยภูมิ