ณ ห้อง The sun โรงแรมโฟร์ทูซี อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ นายเจริญชัย กสิสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ปีบัญชี 2565 ของสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัด นครสวรรค์ ที่สำคัญ มีดังนี้
โครงการการบริหารจัดการหนี้คุณภาพยั่งยืน
ธนาคารได้กําหนดแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพหนี้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือ ลูกหนี้ที่เป็นเป้าหมายแท้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เหมาะกับการการณ์ปัจจุบันที่ลูกหนี้ได้รับ ผลกระทบรุนแรง และมีความไม่แน่นอนสูง โดยใช้เครื่องมือบริหารจัดการหนี้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สองกับ ศักยภาพ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ โดยพิจารณาให้เหมาะสมกับปัญหาของลูกค้าแต่ละราย แนวทางของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ระยะเวลาดำเนินงานตามโครงการในเฟสที่ 1 ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่ง สนจ.นครสวรรค์ มีผลดำเนินการในปีบัญชี 2565 ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส ดังนี้
- การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ยั่งยืน
- กรณี NON-NPLS ผลดำเนินงาน 124 สัญญา เป็นต้นเงิน 22 ล้านบาท
- กรณี NPLS ผลดำเนินงาน 51 สัญญา เป็นต้นเงิน 84 ล้านบาท
- รวม 175 สัญญา เป็นเงินต้น 108.06 ล้านบาท
- การบริหารจัดการหนี้ ตามมาตรการ LOAN MANAGEMENT
- กรณี NON-NPLS ผลดำเนินงาน 1,834 สัญญา เป็นต้นเงิน 32 ล้านบาท
- กรณี NPLS ผลดำเนินงาน 1,256 สัญญา เป็นต้นเงิน 84 ล้านบาท
- รวม 1,256 สัญญา เป็นเงินต้น 1,028.16 ล้านบาท

โครงการลดดอกเบี้ยแก้หนี้ภาคครัวเรือน บัญชี 2545
เพื่อช่วยลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้โดยลดภาระการจ่ายชำระดอกเบี้ยบางส่วนให้แก่ลูกหนี้มาตรการและลูกหนี้บุคคลรวมถึงลูกหนี้ด้านสถาบัน ที่มีปัญหาการชำระหนี้ (NPLs) เนื่องจากเหตุสุจริต และจำเป็น ซึ่งมีระยะเวลา ดำเนินงานตามโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึง 31 มีนาคม 2556 โดยธนาคารมีการช่วยเหลือด้วยการอด ดอกเบี้ยมากน้อยตามการชำระหนี้ของลูกค้า ดังนี้
- กรณีเกษตรกร และบุคคล
- ชำระหนี้เสร็จสิ้นเป็นรายสัญญา อัตราการลดดอกเบี้ยไม่เกิน 50%
- ชำระดอกเบี้ยได้เสร็จสิ้น อัตราการลดดอกเบี้ย 30%
- ชำระดอกเบี้ยได้บางส่วน อัตราการลดดอกเบี้ย 20%
- กรณีกลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร กองทุนหมู่บ้านฯ สหกรณ์ นิติบุคคล
- ชำระหนี้เสร็จสิ้นเป็นรายสัญญา อัตราการลดดอกเบี้ยไม่เกิน 50%
- ชำระดอกเบี้ยได้เสร็จสิ้นหรือบางส่วน อัตราการลดดอกเบี้ย 10%

โครงการชาระดีมีคืน ปีบัญชี 2565
- วัตถุประสงค์โครงการ
- เพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
- เพื่อจูงใจให้ลูกค้าที่ยังคงมีศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ ได้มีโอกาสได้รับเงินสดกลับคืนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ และเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
- เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค ที่มีการประกอบอาชีพและมีการ ผลิตที่แตกต่างกัน โดยมีการแบ่งงบประมาณเพื่อบรรเทาช่วยเหลือเป็นรายไตรมาสตามที่มาแห่งรายได้ของลูกค้า
- เพื่อให้ธนาคารมีรายได้เพื่อใช้ในการอำนวยสินเชื่อเพิ่มต่อไป
- กลุ่มเป้าหมาย
- เกษตรกรและบุคคลตามข้อบังคับของธนาคาร
- กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การ นิติบุคคล และกองทุนหมู่บ้านตามข้อบังคับของธนาคาร ยกเว้น สหกรณ์นอกภาคการเกษตร และองค์กร
- เงื่อนไขสัญญา
- สัญญาที่มีต้นเงินกู้หรือสัญญาที่มีดอกเบี้ยถึงกำหนดชาระคงเหลือในแต่ละไตรมาสของปีบัญชี 2565 และมี สถานะหนี้ปกติ
- อัตราการคืนดอกเบี้ย
- เกษตรกรและบุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามข้อบังคับของธนาคาร คืนดอกเบี้ยเงินกู้เข้าบัญชีเงินฝากใน อัตราร้อยละ 20 ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง (ไม่รวมดอกเบี้ยที่เรียกเพิ่มและค่าธรรมเนียม) สะสมไม่เกิน รายละ 1,000 บาท
- กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ขึ้นทะเบียนตาม ข้อบังคับของธนาคาร (ยกเว้น สหกรณ์นอกภาคการเกษตร และองค์กร) คืนดอกเบี้ยเงินกู้ เข้าบัญชีเงินฝากในอัตราร้อย ละ 10 ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง โดยกรณีกลุ่มบุคคลนิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สะสมไม่เกินรายละ 3,000 บาท กรณีกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์สะสมไม่เกินรายละ 10,000 บาท

- วิธีคืนดอกเบี้ย
- โอนเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้า โดยคืนดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าที่ชำระดอกเบี้ยได้ภายในไตรมาสที่มีหนี้ถึง กำหนดซาระ หรือในไตรมาสถัดไปเฉพาะในกรณีไม่สามารถชาระได้ทันกำหนดชาระในไตรมาส
- ระยะเวลาโครงการ
- ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 หรือเมื่องบประมาณ 2,000 ล้านบาทหมดลง ก่อนวันสิ้นสุดโครงการ โดยแบ่งงบประมาณเป็นรายไตรมาส ดังนี้
- ไตรมาส 1 งบประมาณ 500 ล้านบาท (25%)
- ไตรมาส 2 งบประมาณ 300 ล้านบาท (15%)
- ไตรมาส 3 งบประมาณ 400 ล้านบาท (20%)
- ไตรมาส 4 งบประมาณ 800 ล้านบาท (40%)
- ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 หรือเมื่องบประมาณ 2,000 ล้านบาทหมดลง ก่อนวันสิ้นสุดโครงการ โดยแบ่งงบประมาณเป็นรายไตรมาส ดังนี้
ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดตามมาตรการช่วยเหลือต่างๆ เพิ่มเติม หรือแสดงความ ประสงค์รับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่เป็นลูกค้า

โครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 รอบใหม่
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 คลังจังหวัดนครสวรรค์ ได้ประชาสัมพันธ์เตรียมความพร้อม โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 เดือนสิงหาคมนี้ เปิดลงทะเบียนผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
- ทางออนไลน์ ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.th
- หน่วยงานที่รับลงทะเบียน ประกอบด้วย 7 หน่วยงาน ได้แก่
- สำนักงานคลังจังหวัด
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- ธนาคารกรุงไทย
- ที่ว่าการอำเภอ
- สำนักงานเขต กทม.
- สำนักงานเขต เมืองพัทยา
- เอกสารประกอบการลงทะเบียน
- บัตรประจำตัวประชาชน ต้องเป็นแบบสมาร์ทการ์ด Smart Card) ข้อมูลบนบัตรต้องมีความชัดเจน ชิปการ์ด มีความสมบูรณ์ และบัตรฯไม่หมดอายุ

- คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ตามโครงการฯ
- สัญชาติไทย
- .มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
- ไม่เป็น ภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ ข้าราชการ (พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่) ข้าราชการการเมือง สสสว. ผู้ปฏิบัติในหน่วยของรัฐ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน ผู้รับนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจาก tra
- รายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท (บุคคล และครอบครัว รายได้ถัวเฉลี่ยต่อคนต่อปี)
- ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก สลาก พันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐ ไม่เกิน 100,000 บาท (บุคคล และครอบครัว ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยต่อคนต่อปี)
- ไม่มีวงเงินกู้ หรือมีวงเงินกู้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์ของโครงการฯ (วงเงินกู้บ้าน รวมไม่เกิน 1,500,000 บาท และวงเงินกู้รถ รวมไม่เกิน 1,000,000 ล้านบาท)
- ต้องไม่มีบัตรเครดิต
- ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ
- ภาพรวมการลงทะเบียนฯ
- ส.ค.65 : เปิดรับลงทะเบียน/ตรวจสอบข้อมูลและประมาณบุคคลและครอบครัว
- ก.ย.65 : ประกาศผลการลงทะเบียน
- ต.ค. – พ.ย.65 : ตรวจสอบคุณสมบัติและประมวลผลผู้ผ่านสิทธิ
- ธ.ค. 65 : ยืนยันตัวตน อุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติ
- ม.ค.66 : ตรวจสอบคุณสมบัติและประมวลผล
- มี.ค.55 ประกาศผลอุทธรณ์



