นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา ยังอยู่ในความทรงจำของพี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่มากที่สุด และยาวนานมากที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในกว่า70-80 ปี ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ร่างกาย ชีวิตความเป็นอยู่ และรพระบบเศรษฐกิจโดยรวมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิทั้ง 16 อำเภอ 116  ตำบล 1133 หมู่บ้าน  ประมาณการมูลค่าความเสียหายกว่า 1014 ล้านบาท มาถึงในปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนมากขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 6- 7 เปอร์เซ็นต์  ทำให้ต้องมีการเตรียมการรับมือน้ำฝนอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ  ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

  • การวางแผนควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ทั้งขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก ของจังหวัดชัยภูมิ ทั้ง 13 อ่าง ให้เหมาะสม จัดทำแผนการพร่อง และระบายน้ำให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ให้มีพื้นที่ว่างพอจะรับน้ำในช่วงฝนตกชุกเดือนตุลาคมได้เต็มที่
  • กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ วัชพืช ขยะ และผักตบชวา ในทุกเส้นทางน้ำ
  • ขุดลอกท่อ ทางระบายน้ำ ดูดเลน และทำความสะอาดร่องน้ำ

  • ให้ทุกอำเภอทำฝายชะลอน้ำ เพื่อช่วยกักเก็บน้ำ
  • จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ
  • เตรียมความพร้อมเครื่องมือจักรกลต่างๆ ยานพาหนะพร้อมปฏิบัติการณ์เคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที จัดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่  22 จุด  พร้อมกำลังพลประจำการตลอดฝนนี้
  • ติดตามสถานการณ์น้ำรายวันเพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบตลอดเวลา

นายไกรสรกล่าวว่า  สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากในขณะนี้คือเรื่องของดินสไลด์ ซึ่งปรากฏอยู่เป็นประจำในแถวริมตลิ่งแม่น้ำที่มีสภาพดินอ่อน เช่นในอำเภอบ้านเขว้า  คอนสาร  เกษตรสมบูรณ์ ได้สั่งการให้นายอำเภอลงไปดูแลและหาทางป้องกัน  เช่นการปักเสาตอม้อ ป้องกันดินสไลด์ ตลอดจนการอพยพย้ายราษฎรไปอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นต้น นายไกรสรกล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ชัยภูมิจะต้องผจญกับกับ 3 น้ำ คือน้ำเหนือ คือน้ำไหลจากป่าเขา (ชัยภูมิมีป่าไม้ 35 เปอร์เซ็นต์) น้ำนอง คือน้ำที่ไหลมาท่วมขัง และน้ำหนุน คือน้ำในแม่น้ำหนุนสูงขึ้น ทำให้การระบายน้ำช้าลง  ก็น่าจะรับมือได้ ถึงจะมีการท่วมขังก็ไม่นาน โดยจะรักษาเขตเศรษฐกิจของเมืองไว้ได้อย่างแน่นอน

งามนิตย์ I ชัยภูมิ