ณ ห้องประชุมเทพสถิต โรงแรมชัยภูมิปาร์ค อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด “โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสร้างโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน” กลุ่มจังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ ขอนแก่น และมหาสารคาม ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติคณะผู้บริหารในพื้นที่ สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯเข้าร่วม
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสร้างโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้กับประชาชน ผ่านการขับเคลื่อนของ “กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง” เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มของชุมชน สู่การพัฒนาอาชีพ การบริการ ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ที่มั่นคง และเกิดการออม นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพในระดับพื้นที่ ในหมู่บ้าน และชุมชน ให้มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการเงินกองทุน ด้วยการดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง และนโยบาย BCG เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับการดำเนินโครงการในพื้นที่ภาคอีสานในครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง มีช่องทางในการเผยแพร่ผลงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมถ่ายทอดบทเรียนของชุมชนต่างๆ และประสบการณ์ นำไปสู่การต่อยอดและขยายผลในด้านการบริหารจัดการหมู่บ้านและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งต่อความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวของชุมชน ที่สามารถพัฒนาอาชีพเสริมที่สร้างรายได้อย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับความร่วมมือระหว่างกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาต่อยอดโครงการให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจในระดับชุมชนสู่ระดับจังหวัด เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ส่วนความคืบหน้าโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสร้างโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนในพื้นที่ภาคอีสาน จะเห็นได้จากโครงการต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ อาทิ โครงการปั๊มน้ำมันชุมชนของกองทุนบ้านโคกสำราญ หมู่ที่ 1 ต.โคกสำราญ อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ที่ดำเนินกิจการในรูปแบบการบริหารจัดการปั๊มน้ำมัน มีสมาชิกสนใจซื้อหุ้นโครงการปั๊มน้ำมัน จำนวน 173 หุ้น โดยมีการปันผลกำไรให้กับสมาชิก 30%

โครงการกองทุนหมู่บ้านหนองแวงไร่ หมู่ 1 ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ดำเนินกิจการในรูปแบบของสถาบันการเงินชุมชน มีสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน 240 ราย คิดเป็น 12.28% ของจำนวนประชากรที่มีอยู่ หรือ 72.22% ของจำนวนครัวเรือน โดยดำเนินกิจกรรมเปิดให้มีการปล่อยกู้ให้กับสมาชิก ซึ่งสมาชิกจะต้องถือหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น เป็นจำนวนเงิน 10 บาท โดยเงินกู้ของสมาชิกจะได้จากเงินค่าหุ้นที่สะสมคูณด้วย 3 แต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท
ทำให้เกิดสมาชิกมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โครงการกองทุนหมู่บ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ดำเนินกิจการในรูปแบบของสถาบันการเงินชุมชน มีสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน 169 ราย จากจำนวนประชากรทั้งหมด 612 ราย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รับจ้างทั่วไป พนักงานเอกชน และรับราชการ โดยดำเนินกิจกรรมเปิดให้มีการปล่อยกู้และรับฝากเงินออมให้กับสมาชิก มีการปล่อยกู้ให้กับสมาชิกไม่เกินรายละ 3 หมื่นบาท และครอบครัวละไม่เกิน 75,000 บาท

“ด้านนาย สมจิตร ไชยคำภา ประธานกองทุนหมู่บ้านโนนสะอาด หมู่ 10 ตำบลบ้านเล่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า สมาชิกกองทุนปัจจุบันมี 169 คน ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง บางส่วนรับราชการ และเป็นข้าราชการเกษียณ เงินที่ปล่อยกู้ส่วนมากจะนำไปใช้จ่ายประจำวัน หรือเหตุฉุกเฉิน บางส่วนนำไปประกอบอาชีพ ขายก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ทำให้สมาชิกมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้รวดเร็วขึ้น และเราเล็งเห็นว่าหากไม่มีเงินออมชาวบ้านจะลำบาก เลยผันตัวเองเป็นสถาบันการเงิน ด้วยการอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านนำเงินมาฝากที่เรา แล้วเราจะออกใบนำฝากชำระเงินให้กับสมาชิก
จากนั้นจะนำไปฝากที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)ให้กับชาวบ้าน เหมือนว่าเราเป็นไปรษณีย์ เหนื่อยแทนสมาชิกไม่ต้องเดินทาง เพราะเราต้องการให้เขากินดีอยู่ดี ขณะที่กองทุนประชารัฐได้รับมา 1.2 ล้านบาท กองทุนหมู่บ้านโนนสะอาดได้นำไปสร้างอาคารศาลาเอนกประสงค์ ไว้สำหรับทำงานและให้เช่าห้องประชุม และ ทำเรื่องปุ๋ยให้ชาวบ้าน เมื่อมีกำไรส่วนหนึ่งก็ปันผลคืนให้กับสมาชิกเช่นกัน เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนมากขึ้น
โอกาสนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้มอบรางวัลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตัวอย่าง จำนวน 10 รางวัล, รางวัลโครงการตามแนวทางประชารัฐตัวอย่าง จำนวน 10 รางวัล และรางวัลเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตัวอย่าง จำนวน 10 รางวัล พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของโครงการฯ

วรากร I ชัยภูมิ
