พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครสวรรค์ เดินทางมาประชุมเร่งรัดติดตามคดีสำคัญ และตรวจเยี่ยม สภ.ลาดยาว พบ พ.ต.อ.วัฒนกิจ เฉลาประโคนผกก.สภ.ลาดยาว พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ อยู่ปฏิบัติหน้าที่และให้การต้อนรับ จึงได้กำชับการปฏิบัติ ดังนี้

  • เร่งรัดติดตามความคืบหน้า คดีอาญาที่284/2565 ของ สภ.ลาดยาว ลงวันที่ 10 ส.ค.65 เหตุเกิดที่ ร้านคาราโอเกะ เลขที่ 35/1 หมู่ที่ 11 ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จว.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 เวลาประมาณ 00.30 น. น. ผู้ต้องหา นางสาวสุวรรณษา แก้วพินิจ อายุ 43 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 35/1 หมู่ที่ 11 ต.ลาดยาว อ.ลาดยาว จว.นครสวรรค์ ข้อหา
    • เป็นนายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นลูกจ้างโดยไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน
    • เป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 -​ 06.00 น. โดยไม่ได้รับอนุญาต
    • เป็นผู้ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดและกระทำด้วยประการใดอันเป็นแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก
    • บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่
    • ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • ฝ่าฝืนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดเวลาห้ามขาย โดยให้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดีให้ครบถ้วนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และปฏิบัติตามข้อกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง

  • กำชับการรายงานเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ และเหตุที่ต้องรายงานด่วน
  • กรณีเกิดเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ ธนาคาร ร้านทอง และร้านสะดวกซื้อ ให้ทำการวิเคราะห์สถานภาพอาชญากรรม ปรับแผนการตรวจ ตามมาตรการป้องกัน ประชาสัมพันธ์กับผู้ประกอบการให้ป้องกันตนเอง เช่น ติดตั้งลูกกรงเหล็ก ติดตั้งระบบล็อคประตูอัตโนมัติ ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในและหน้าร้าน และติดตั้งสัญญาณเตือนภัยหน้าร้าน ใช้มาตรการเชิงรุกต่อบุคคล กลุ่มเป้าหมาย เช่น บุคคลพ้นโทษ บุคคลที่ติดการพนัน และบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับสารเสพติดในพื้นที่ ใช้รถของทางราชการเปิดสัญญาณไฟวับวาบในย่านชุมชน จุดเสี่ยง จุดล่อแหลม มีการชักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เมื่อเกิดเหตุให้เข้าถึงที่เกิดเหตุตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยให้ปฏิบัติตามยุทธวิธี และ SOP การเผชิญเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ได้รับการฝึกอบรม
  • ติดตามสถานการณ์การข่าวและเฝ้าระวังกลุ่มมวลชนที่อาจเคลื่อนไหวกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งอาจมีการติดป้ายข้อความหรือการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ปรับเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเหตุการณ์ ในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่
  • เร่งรัดการดำเนินการตามสถิติฐานความผิด(คดีอาญา ๔ กลุ่ม) เปรียบเทียบของ สภ. และเป้าหมายตัวชี้วัดคดียาเสพติดของ สภ. ให้มีผลการขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัด

  • ให้จัดทำแผนเผชิญเหตุ กรณีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันในสถานที่ต่าง ๆ อาทิเช่น ในสถาบันการศึกษา ในโรงพยาบาล หรือในสถานที่สาธารณะต่าง ๆ และให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุด้วย
  • ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อบายมุข และการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด โดยเด็ดขาด
  • กวดขันระเบียบวินัย ความประพฤติ และการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัด ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1​212/2537 ลง 1 ต.ค.37 โดยผู้บังคับบัญชาต้องควบคุม ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย วินัย และจรรยาบรรณของตำรวจโดยเคร่งครัด
  • การตั้งจุดตรวจฯ ให้มีการอบรมปล่อยแถวชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการขั้นตอนการปฏิบัติ(SOP) ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการควบคุมโรคโดยยึดหลัก DMHTTA และให้ผู้บังคับบัญชาจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติข้อกฎหมาย คำสั่งต่างๆ ไว้ประจำจุดตรวจฯ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติมีข้อมูลในการใช้ปฏิบัติงาน และหนังสือสั่งการของ ตร. ที่ได้สั่งการไว้แล้ว
    10. ให้กวดขันสถานบริการ การลักลอบเล่นการพนัน แหล่งอบายมุข และแรงงานต่างด้าว ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ ตร. อย่างเคร่งครัด