“งานของแผ่นดินนั้น เป็นงานส่วนรวม มีผลเกี่ยวเนื่องถึงความเจริญขึ้น หรือเสื่อมลงของบ้านเมืองและสุขทุกข์ของประชาชนทุกคน ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน จึงต้องสำนึกตระหนักในความรับผิดชอบที่มีอยู่ และตั้งใจพยายามปฏิบัติหน้าที่โดยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความเข้มแข็งสุจริต และด้วยปัญญารู้คิดพิจารณา ว่าสิ่งใดเป็นความเจริญ สิ่งใดเป็นความเสื่อม อะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ อะไรเป็นสิ่งที่ต้องละเว้นและกำจัด อย่างชัดเจน ถูก ตรง” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน พุทธศักราช 2550
ตามโครงการธรรมาภิบาลแห่งชาติ ได้พิจารณาประกาศเชิดชูเกียรติคุณ ข้าราชการไทยที่ดี มีจริยธรรมที่ดี มีจรรยาบรรณ ยึดหลักธรรมาภิบาล และปฏิบัติตนบนพื้นฐานอันดีงามของสังคม เพื่อเป็นคนดีที่ต้องจารึกไว้เป็น “ข้าของแผ่นดิน” โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ฝ่ายพิจารณาประวัติคัดสรรบุคคลและองค์กรเข้ารับรางวัลแห่งประเทศไทย (สว.นท.), สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) และมูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย ร่วมกันพิจารณามอบรางวัล “ข้าราชการดีเด่นแห่งชาติ” ประจำปี 2565

เพื่อเป็นการส่งเสริมข้าราชการที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมไทย, ส่งเสริมให้ก่อการทำดีประพฤติปฏิบัติการทำงานและปฏิบัติหน้าที่ ในหน่วยงาน ด้วยความมีคุณธรรมและจริยธรรม และยึดมั่นในการปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีจรรยาบรรณ ยึดหลักธรรมมาภิบาล บริหารจัดการแบบบูรณาการ ผู้ทำคุณงามความดีให้กับแผ่นดิน “ข้าราชการแห่งชาติ” ข้าราชการต้นแบบคุณธรรม จริยธรรมที่ดี เพราะหากแต่ละหน่วยงานมีข้าราชการที่ดี ก็จะเป็นผู้นำสังคมพื้นที่ และทำให้การทำงานของทุกภาคส่วนก่อเกิดพลัง เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมไทย ในการขับเคลื่อนการทำงานราชการต่อไป นั้น
ทั้งนี้ จากผลงานการดำเนินงานของ ร้อยตรี วีรชาติ ศิริสอ (จ่าชาติ สะพานบุญแห่งขุนเขา) ผู้ช่วยสัสดีอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ที่ผ่านมา ที่เป็นผลงานเชิงประจักษ์ จึงได้รับการพิจารณาคัดเลือก เพื่อรับรางวัล “ข้าราชการดีเด่นแห่งชาติ” สาขา ข้าราชการผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม ประจำปี 2565 จาก พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 ประธานที่ปรึกษาอำนวยการโครงการฯ ในวันที่ 18 กันยายน 2565 ณ ห้องดอนเมืองบอลรูม โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองสืบไป
จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพล, ความรู้ความสามารถ และยุทโธปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งบูรณาการศักยภาพทางการทหารในทุกๆ ด้านของกองทัพบก เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดไป


