ณ ห้องประชุมสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ นายเจริญชัย กสิสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ปี บัญชี 2565 ของสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดนครสวรรค์ ที่สำคัญ มีดังนี้
มาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า
เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระทางการเงินของลูกหนี้ จากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สงครามการค้า ภัยธรรมชาติ และสงครามรัสเซียยูเครน จูงใจให้ลูกหนี้ที่ยังคงมีศักยภาพ มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดีขึ้น ช่วยเหลือลูกหนี้และลดภาระในการชำระหนี้ โดยลดภาระการจ่ายชำระดอกเบี้ยบางส่วนให้แก่ลูกหนี้ของธนาคารที่มีปัญหาการชำระหนี้เนื่องจากเหตุสุจริตและจำเป็น และช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระให้เหมาะสมกับศักยภาพการประกอบอาชีพและรายได้ของลูกหนี้ในภาวะปัจจุบัน และฟื้นฟูศักยภาพการชำระหนี้ของลูกหนี้จูงใจให้ลูกหนี้มีกาลังใจชำระหนี้ธนาคารได้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และสามารถดำเนินการบริหารจัดการหนี้อย่างยั่งยืนได้ภายในปีบัญชี 2565
- โครงการชำระดีมีคืน และโครงการชำระดีมีคืนพลัส ปีบัญชี 2565
เกษตรกรและบุคคล กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การ นิติบุคคล และกองทุนหมู่บ้านที่ขึ้นทะเบียนตามข้อบังคับของธนาคารยกเว้น สหกรณ์นอกภาคการเกษตร และองค์กร ที่มีสัญญาต้นเงินกู้หรือสัญญาที่มีดอกเบี้ยถึงกำหนดชำระคงเหลือในแต่ละไตรมาสของปีบัญชี 2565 และมีสถานะหนี้ปกติธนาคารกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณ ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ดังนี้
-
- โครงการชำระดีมีคืน ปีบัญชี 2565 กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 จะต้องเป็นมีสัญญาต้นเงินกู้หรือสัญญาที่มีดอกเบี้ยถึงกำหนดชำระคงเหลือในแต่ละไตรมาสของปีบัญชี 2565 และมีสถานะหนี้ปกติแบ่งเป็น ดังนี้
- เกษตรกรและบุคคล คืนดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 20 ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง (ไม่รวมดอกเบี้ยที่เรียกเพิ่มและค่าธรรมเนียม) สะสมไม่เกิน รายละ 1,000 บาท
กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง คืนดอกเบี้ยเงินกู้ ในอัตราร้อยละ 10 ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง โดยกรณีกลุ่มบุคคลนิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สะสมไม่เกินรายละ 3,000 บาท กรณีกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์สะสมไม่เกินรายละ 10,000 บาท โดยแบ่งงบประมาณเป็นรายไตรมาส ดังนี้
-
- ไตรมาส 1 งบประมาณ 500 ล้านบาท (25%)
- ไตรมาส 2 งบประมาณ 300 ล้านบาท (15%)
- ไตรมาส 3 งบประมาณ 400 ล้านบาท (20%)
- ไตรมาส 4 งบประมาณ 800 ล้านบาท (40%)
โดยธนาคารจะทำการโอนเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้า โดยคืนดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าที่ชำระดอกเบี้ยได้ภายในไตรมาสที่มีหนี้ถึงกำหนดชำระ หรือในไตรมาสถัดไปเฉพาะในกรณีไม่สามารถชำระได้ทันกำหนดชำระในไตรมาส
- โครงการชำระดีมีคืนพลัส ปีบัญชี 2565 กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน 2565 ถึงวันที 31 ธันวาคม 2565 จะต้องเป็นมีสัญญาต้นเงินกู้หรือสัญญาที่มีดอกเบี้ยถึงกำหนดชำระคงเหลือของปีบัญชี 2565 เกษตรกรและบุคคล ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จะคืนดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราร้อยละ 20 ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง (ไม่รวมดอกเบี้ยที่เรียกเพิ่มและค่าธรรมเนียม) สะสมไม่เกิน รายละ 2,000 บาท โดยธนาคารจะทำการโอนเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้า
- การบริหารจัดการคุณภาพหนี้ตามมาตรการเร่งด่วนและมาตรการระยะสั้นสำหรับลูกหนี้ NPL ปีบัญชี 2565
มาตรการทางด่วนลดหนี้ ปีบัญชี 2565 เป็นลูกหนี้ตามข้อบังคับของธนาคาร ทุกข้อบังคับ ที่ถูกดำเนินคดีหรือยังไม่ดำเนินคดีไม่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์และหรือไม่เป็นบุคคลล้มละลายยกเว้น ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดธนาคารไม่อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการฯ ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลดดอกเบี้ย ดังนี้
-
- ลูกหนี้ที่มีสถานะหนี้ NPL ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 เมื่อช าระหนี้เสร็จสิ้นเป็น รายสัญญาลดดอกเบี้ยร้อยละ 50 ของดอกเบี้ยนอกบัญชี
- ลูกหนี้ที่มีสถานะหนี้ NPL ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้นเป็น รายสัญญาลดดอกเบี้ยร้อยละ 30 ของดอกเบี้ยนอกบัญชี
มาตรการจ่ายน้อย ผ่อนคลาย ได้ลดดอกเบี้ย ปีบัญชี 2565 ลูกหนี้เกษตรกร บุคคล ตามข้อบังคับของธนาคาร ที่ผ่านการวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่มลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร (รายคน) และได้แสดงความประสงค์ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยความสมัครใจ ให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหา และเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความจริงแก่ธนาคาร มีความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งใจ และยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข ของธนาคาร โดยลูกหนี้ต้องชำระต้นเงินก่อนโอนปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตั้งแต่ร้อยละ 1 ของต้นเงินที่นำมาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้สาขาดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยการขยายระยะเวลาการชำหนี้ สูงสุดไม่เกิน 20 ปีธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR = 6.50 บาท/ปี) เมื่อชำระบัญชีรวมต้นเงินเสร็จสิ้น และชำระบัญชีรวมดอกเบี้ยได้ร้อยละ 50 ให้ลดหนี้บัญชีรวมดอกเบี้ย ไม่เกินร้อยละ 50 ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2565
- โครงการลดดอกเบี้ยแก้หนี้ภาคครัวเรือน ปีบัญชี 2565 มีระยะเวลาดำเนินงานตามโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึง 31 มีนาคม 2566 โดยธนาคารมีการช่วยเหลือด้วยการลดดอกเบี้ยมากน้อยตามการชำระหนี้ของลูกค้า
- โครงการการบริหารจัดการคุณภาพหนี้อย่างยั่งยืน
ธนาคารได้กำหนดแนวทาง การบริหารจัดการคุณภาพหนี้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นเป้าหมายแท้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เหมาะกับสภาวการณ์ปัจจุบันที่ลูกหนี้ได้รับผลกระทบรุนแรง และมีความไม่แน่นอนสูง โดยใช้เครื่องมือบริหารจัดการหนี้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ โดยพิจารณาให้เหมาะสมกับปัญหาของลูกค้าแต่ละราย ตามแนวทางของ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยการขยายระยะเวลาการชำหนี้ สูงสุดไม่เกิน 20 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของธนาคาร ระยะเวลาดำเนินงานตามโครงการในเฟสที่ 1 ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่ง สนจ.นครสวรรค์ มีผลดำเนินการในปีบัญชี 2565 ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.
- การช่วยเหลือลูกค้าตามมาตรการตัดชำระหนี้ตามสัดส่วน (จ่ายดอก ตัดต้น)
เป็นลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่มีต้นเงินกู้คงเหลืออยู่กับธนาคารและเป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรการ ยกเว้นสัญญาที่ไม่เข้าร่วมมาตรการที่ธนาคารกำหนด โดยให้ลูกค้าแสดงความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการ โดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อขอลดภาระหนี้ หรือเพื่อขอเลื่อนงวดกำหนดชำระ เป็นการเฉพาะกิจตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566
มาตรการช่วยเหลือเกษตรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ
- ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ มอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามที่ได้เกิดสถานการณ์ภัยธรรมชาติ (อุทกภัย) จากพายุโนรู เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ในเขตการดำเนินงานของสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดนครสวรรค์ ส่งผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายด้านการเกษตร ตลอดจนทรัพย์สินที่อยู่อาศัยของลูกค้า นั้น ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากภัยพิบัติดังกล่าว ซึ่งสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดนครสวรรค์ ได้ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน และกรณีให้การช่วยเหลือฟื้นฟูภายหลังประสบภัย ดังนี้
- มอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่อำเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก อำเภอไพศาลี และอำเภอชุมแสง รวมจำนวน 1,030 ชุด
- มอบน้ำดื่มให้กับผู้ประสบภัยธรรมชาติ (อุทกภัย) อำเภอเมืองนครสวรรค์ และอำเภอชุมแสง รวมจำนวน 10,000 ขวด
- โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือเกษตรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปใช้สร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือเครื่องจักรทางการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ และลดปัญหาการก่อหนี้นอกระบบ สำหรับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. หรือเกษตรกรทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ และอยู่ในเขตประกาศพื้นที่ประสบภัยของผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 2 โครงการ ดังนี้
- โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติปี 2565/66
- โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ



