ที่บริเวณลานวัดพระบรมธาตุเจดียาราม ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พระราชวชิรเมธี เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุนครชุม ได้จัดงานเผาข้ามหลามภูมิปัญญาท้องถิ่นขึ้น เพื่อนำไปทำบุญในวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวบ้านนครชุมที่ทำสืบต่อกันมา โดยตำนานการเผาข้าวหลามของชาวนครชุม ที่มีการเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ในช่วงนี้ชาวนาชาวไร่เสร็จจากเกี่ยวข้าวเกี่ยวถั่ว ชาวบ้านจะทำข้าวใหม่และถั่วที่ได้จากการเพาะปลูกมาทำบุญ ซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับแม่โพสพ และความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวนาชาวไร่และชาวบ้านในชนบท
สำหรับการทำข้าวหลามของชาวนครชุม เป็นการทำการเผาแบบท้องถิ่นในสมัยดั้งเดิมโดยการตั้งเผากับดิน การทำบุญเพ็ญเดือน 3 ของชาวกำแพงเพชรในอดีต จะต้องเดินทางมาทำบุญที่วัดพระบรมธาตุนครชุมซึ่งอยู่ห่างไกลและค่อนข้างลำบาก ข้าวสวยที่หุงสุกกว่าจะเดินทางมาทำบุญที่วัดส่วนใหญ่จะบูด ดังนั้นชาวบ้านจึงได้นำข้าวไปเผาเป็นข้าวหลาม ซึ่งจะอยู่ได้นานหลายวันโดยไม่บูด โดยคนเฒ่าคนแก่เปิดเผยว่า ในวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 3 ทุกบ้านจะเผาข้าวหลามทำให้ควันไฟตลบอบอวนไปทั้งตำบล
ต่อมาทางวัดพระบรมธาตุนครชุม โดยพระราชวชิรเมธี เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร จึงนำชาวบ้านมาร่วมกันจัดการเผาข้าวหลามขึ้นในวัด เพื่อจำหน่ายให้ประชาชนที่จะมาทำบุญในวันเพ็ญเดือนสาม โดยปีนี้ชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคไม้ไผ่ป่ากว่า 1.000 ลำ มะพร้าวประมาณ 6,000 ลูก ข้าวเหนียวประมาณ 6 ตัน น้ำตาลและถั่วดำอีกจำนวนมากโดยมีชาวบ้านผู้เฒ่าผู้แก่มาช่วยทำ ทั้งแผนกปอกมะพร้าว คั้นกะทิ ฝ่ายตัดกระบอกไม้ไผ่ แผนกกรอกข้าวใส่กระบอก ฝ่ายกรอกน้ำกะทิ ฝ่ายที่นำข้าวหลามไปเผาใส่ฝืน และสุดท้ายแผนกขาย รวมหลายสิบคนช่วยกัน
สำหรับข้าวหลามของชาวนครชุมจะมีรสชาติไม่หวานแหลมมาก ข้าวจะนุ่มสามารถรับประทานกับส้มตำ ไก่ย่าง เนื้อทอดหมูทอด เหมือนกับข้าวเหนียวนึ่งได้ด้วย โดยข้าวหลามที่เผาเสร็จจะมีคนมารอซื้อกลับไปทันทีจนสุกไม่ทันขายต้องมีการสั่งจองกันล่วงหน้านับร้อยคิว คาดว่าปีนี้น่าจะจำหน่ายข้าวหลามสำหรับทำบุญวันเพ็ญเดือนสาม หรือวันมาฆะบูชาปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนถึง 4 แสนบาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปทำนุบำรุงวัดพระบรมธาตุต่อไป

ศุทธิกาญจน์ I กำแพงเพชร
