จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ้กรายหนึ่งโพสต์ภาพถ่ายระบุข้อความว่า ” ถ้าโดนแบบนี้ ควรทำยังงัยดีครับฝากพี่ๆ แชร์ ให้ได้รับการแก้ไขหน่อยครับ เดือดร้อนมาหลายปีแล้ว แจ้งใครได้บ้างครับ แจ้งความแล้วเรื่องเงียบ ที่ซอยไพริน หมู่บ้านบัวทองเคหะ ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ฝากถึงอบต และผู้เกี่ยวข้อง เดือดร้อนกันทั้งซอยเวลา 18:00โดยประมาณ ผมได้ขับรถออกจากบ้าน และได้มีรถคูกรณี ขับมาขวางทาง จึงได้บอกขยับรถให้หน่อย (ใช้คำพูดสุภาพ แตรก็ไม่ได้บีบนะครับ)คู่กรณีได้ด่า และบอกว่าจะขับรถชน และได้ขมขู่ ซึ่งทางคู่กรณีได้อยู่กันหลายคน ผมจึงไม่ลงจากรถ คู่กรณีได้ทุบรถผม เสียหาย ที่ตรงนี้เป็นซอย คู่กรณีได้เอาซากรถมาจอดนานหลายปีแล้ว เข้าออกยากมาก จอดรถขวางทางเข้าประจำ พอจะเขาหรือออกจากบ้าน ก็จะบอกให้ช่วยขยับรถหน่อย ทุกครั้งจะไม่พอใจ และหาเรื่องทุกครั้ง แจ้งไปหลายหน่วยงานแล้วก็ยังเหมือนเดิม รบกวนเจ้าหน้าทีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาดูหน่อยครับหรือต้องเกิดเหตุฆ่ากันตายก่อนถึงจะมีหน่วยงานเข้ามาครับ ”
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณ หมู่บ้านบัวทองเคหะ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าวพบว่าบริเวณตรงข้ามบ้านน.ส.อัษฏิญาภรณ์ ติรมาศเสถียร อายุ 27 ปี ผู้เสียหายรถคันสีขาวของคู่กรณียังคงจอดไว้เหมือนเดิม เวลาจะออกไปไหนมาไหนต้องคอยเข็นรถคันดังกล่าวเกือบทุกครั้ง
น.ส.อัษฏิญาภรณ์ ผู้เสียหายกล่าวว่าตนยังไม่ได้ตกลงกันต่อหน้า หลังจากที่ออกข่าวไปก็ต้องรอว่าจะมีการไกล่เกลี่ยยังไง ต้องรอที่ฝั่งเขาว่าจะให้ตนเข็นรถอยู่ไหม ให้มาคุยกันดีๆแบบไม่ใช้อารมณ์ ส่วนในเรื่องของคดีตนได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้ว่าเขามีการขู่ทำร้ายร่างกาย หลังจากที่เกิดเหตุไปทางฝั่งเขาก็ถามหานักข่าวบอกว่าอยากเจอนักข่าว ซึ่งในใจตนอยากจะคุยดีๆกับเขา อยากจับมือคุยกัน ไม่ใช้อารมณ์ แต่ที่เขาอคติไม่ชอบตนอาจจะเป็นเพราะหน้าตาของตนที่เป็นแบบนี้ หน้าตนไม่ดีเขาคงคิดว่าจะหาเรื่อง แต่จริงๆแล้วตนอยากคุยให้เข้าใจและเคลียร์ให้จบ ว่าทางเขาจะจอดรถในบ้านหรือจะต้องจอดรถที่ไหน ทำยังไงก็ได้ให้ทางตนไม่ต้องเดือดร้อน เรื่องการเข็นย้ายรถอีก ซึ่งตนก็ไม่ได้อยากเป็นข่าวแต่คุยกันกี่ครั้งก็มีปากเสียงแและทะเลาะกัน ตนจึงจำเป็นต้องออกข่าว
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามเจ้าของรถคันสีขาวที่ปรากฏในคลิป ซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามกับทางผู้เสียหาย พบว่าประตูบ้านเปิดอยู่ ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนเรียกแต่ไม่มีการตอบรับ

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
