ที่สวนทุเรียนลุงแอ๊ด ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เจ้าของสวนทุเรียนต่างๆในจังหวัดนนทบุรี หันไปเพาะพันธุ์ทุเรียน และถ่ายทอดวิธีปรุงดินและพัฒนาสายพันธุ์ทุเรียนให้กับเจ้าของสวนทุเรียนพื้นที่อื่น ทดแทนการปลูกทุเรียนในพื้นที่เพราะนนทบุรีมีปัญหาเรื่องความเค็มของดินที่เพิ่มขึ้นเพราะน้ำทะเลรุก
ร.ต.สุจิตร ศตะกูรมะ หรือ ลุงแอ๊ด อายุ 64 ปี ข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า การทำสวนทุเรียนในนนทบุรี ที่ประสบปัญหาอยู่ตอนนี้มีหลักๆ ก็จะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ เรื่องของภัยธรรมชาติ เรื่องของดินและน้ำ รวมไปถึงอากาศที่เปลี่ยนแปลง ปัญหาเรื่องดินพบว่าดินมีความเป็นกรดเป็นด่างจะต้องให้เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรเข้ามาช่วยตรวจสอบ มาขุดดินไปตรวจสอบค่าความเป็นกรดและด่าง และจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อให้ดินกลับสู่สภาพปกติที่จะใช้ปลูกต้นทุเรียน ส่วนปัญหาเรื่องน้ำพบว่ามีปัญหาในเรื่องของความเค็ม ซึ่งอาจจะเป็นช่วงที่น้ำท่วมและยังมีตกค้างอยู่ในสวน หรือน้ำเค็มที่ซึมเข้ามาในสวน เวลาที่น้ำเค็มสะสมค้างอยู่ในสวนนานๆก็อาจทำให้เกิดการตกตะกอนชั้นหน้าดิน ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงการเกิดปัญหาดินเค็มอีก สามารถแก้ปัญหาในเรื่องของน้ำเค็มเฉพาะหน้าโดยอาศัยน้ำฝน ช่วงไหนที่ฝนตกเยอะๆก็จะอาศัยเครื่องสูบน้่ำระบายน้ำที่มีความเค็มผสมอยู่ออกไป เพราะว่าเวลาที่ขุดท้องร่องดินโคลนที่อยู่ในท้องร่องก็จะขึ้นมาอยู่บนคันดิน ซึ่งดินโคลนตรงนี้จะมีความเค็มอยู่ เราก็อาศัยช่วงที่ฝนตกชะล้างความเค็มออกไปจากดินในส่วนนี้ได้ หากช่วงไหนไม่มีฝนก็ใช้น้ำประปาในการช่วยลดความเค็มของดินและน้ำได้ ก่อนหน้านี้วัดค่าความเค็มของดินได้ 0.7- 0.8 แต่ตอนนี้เหลือแค่ 0.1 – 0.2 แล้ว นอกจากนี้ก็ยังเจอปัญหาของโรคของต้นทุเรียน เช่นเชื้อรา ใบไหม้ เพลี้ยแป้ง หนอนเจาะต้นและพวกกระรอก ซึ่งการรักษาโรคจากต้นทุเรียนก็ต้องรักษาตามอาการไป
ที่สวนของตนปลูกทุเรียนไว้หลายสายพันธ์ เช่น หมอนทอง ก้านยาว กระดุม พวงมณี อีลวง และพานพระศรี แต่จะเน้นปลูก หมอนทองกับก้านยาว เพราะเป็นของขึ้นชื่อ ในส่วนของรายได้ในการทำสวนทุเรียนนั้น ไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ เพราะต้องดูสภาพอากาศและภัยธรรมชาติด้วย อย่างปีที่แล้วก็เจอปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติด้วยเวลาที่ต้นทุเรียนออกดอก เจอฝนเจอพายุเข้าไปดอกก็ร่วงเกือบหมดแล้ว เมื่อช่วงปี 2563 ที่สวนก็สามารถเก็บทุเรียนจำหน่ายได้ประมาณแสนกว่าบาท ซึ่งถือว่าไม่เยอะ ขึ้นอยูกับขนาดพื้นที่สวนและจำนวนต้นที่ให้ผลผลิต อย่างที่สวนของต้นก็มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน เท่านั้นเอง ปลูกทุเรียนไว้ประมาณ 40 ต้น แต่สามารถให้ผลผลิตแค่ 6-7 ต้น เพียงเท่านั้น ปัจจุบันนี้การทำสวนทุเรียนมีข้อจำกัดต่างๆปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องของต้นทุนที่ใช้ ภัยธรรมชาติ และผลกำไรที่ไม่ค่อยเยอะหากปีไหนผลผลิตน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่ก็จะทำสวนทุเรียนไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีแรงทำ เนื่องจากเห็นว่าเด็กสมัยใหม่เขาไม่ค่อยสนใจในเรื่องของการทำสวนทำไร่แบบนี้แล้ว ส่วนใหญ่เขาก็จะไปทำงานบริษัทหรือรับราชการกันหมดแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักเรียนและนักศึกษาเข้ามาเรียนรู้การปลูกทุเรียน การปรุงดิน การเพาะพันธ์ทุเรียนอยู่บ้าง ลุงแอ๊ดกล่าว
ที่สวนทุเรียนของ นาย ชคดี นนทสวัสดิ์ศรี เลขที่ 51/4 หมู่่ 2 ต.บางขนุน อ.บสงกรวย จ.นนทบุรี เปิดเป็นแปลงเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผลทุเรียน จ.นนทบุรี โครงการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ปี 2561 นาย คชดี นนทสวัสดิ์ศรี ซึ่งเป็นประธานแปลงใหญ่ทุเรียนบางกรวย กล่าวว่า สวนของตนมีเนื้อที่ 10 ไร่ มีทุเรียนกว่า 40 สายพันธุ์ และปลูกผสมผสาน กับผลไม้อื่นอีกหลายชนิด ซึ่งสวนของตนเคยประสบอุทกภัยน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2554 ซึ่งทำให้ทั้งสวนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จนเมื่อปี 2556 ตนได้เริ่มการทำสวนใหม่อีกครั้งใช้เวลาร่วม10 ปี ในการทำให้สวนทุเรียนแห่งนี้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง จึงพยายามทำให้กลายเป็นสวนทุเรียนดั้งเดิมของนนทบุรี โดยใช้ภูมิปัญญาและการจัดการแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของนนทบุรีมากที่สุด ซึ่งตนอยากจะพิสูจน์ว่าตนเองจะทำได้ไหมเรื่องจากพื้นที่ ที่เป็นสังคมเมืองมากขึ้น น้ำก็ไม่ได้มีคุณภาพเป็นเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำสวนทุเรียนแบบดั้งเดิมได้เพราะผลผลิตทุเรียนปีนี้เป็นปีที่3แล้ว ซึ่งมีทุเรียนหลายสายพันธ์และยังมีสายพันธ์ดั้งเดิมที่เป็นของนนทบุรี ไม่ว่าจะเป็น หมอนทอง ก้านยาว อีลวง ชะนี กบ ทองย้อย ฯลฯ ซึ่งที่สวนของตนได้ทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์เพิ่มประสิธิภาพการผลิตหากมีใครสนใจอยากจะทำสวนทุเรียน หรืออยากได้ต้นสายพันธ์ทุเรียนแท้ๆของนนทยุรีก็สามารถเข้ามาที่สวนของตนได้
ทางด้าน นาย ประหยัด ไชยสิงห์ เกษตรอำเภอบางกรวย กล่าวว่า ตอนนี้ผลผลิตของทุเรียนนนทบุรีมีปริมาณเพิ่มขึ้นเนื่องจากว่าสวนต่างๆได้มีการฟื้นฟูขึ้นบางแล้ว ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของสังคมเมืองที่โตขึ้น เริ่มรุกล้ำ ขยายพื้นที่ ปัญหาในเรื่องของสภาพแว้ดล้อม อากาศ ปัญหาน้ำเค็ม และอื่นๆอีก ซึ่งในส่วนของสำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดได้ร่วมมือช่วยเหลือเกษตรโดยการจัดทำหรือหาเครื่องมือให้กับเกษตร เช่น ให้เครื่องวัดน้ำเค็ม หรือจัดอบรมให้องค์ความรู้การดูแลการแก้ไขปัญหาในช่วงหน้าร้อนที่ประสบในเรื่องของปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรมีความสามารถที่จะรับมือและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้และเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นได้ ในส่วนของศูนย์การเรียนรู้มีเกษตรกรหรือประชาชนที่ให้ความสนใจเข้ามาเรียนรู้ นวัตกรรมต่างๆ ในการปลูกทุเรียนให้มีผลผลิตและคุณภาพ นอกจากนี้ยังได้มีการประสานไปยังอำเภอต่างๆ ในจังหวัดนนทบุรี

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
