จนท.ฝ่ายปกครอง สนธิกำลัง กวดขันตามแนวชายแดนโดยเฉพาะช่องธรรมชาติ เป็นจุดล่อแหลม ในการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น สีเทา –สีดำ-ตลอดจนการค้ามนุษย์ ตามคำสั่ง พลตรี เทพพิทักษ์ นิมิต ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรับผิดชอบตามแนวชายแดน เน้นการกวดขัน การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด โดย พันเอก อนุพงศ์ มูลบรรจบ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่13 ได้มอบนโยบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ยึดถืออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะงานด้านการข่าว หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากนายธีรวุฒิ เด็นหมาด ปลัดอำเภออรัญประเทศ พบกลุ่มบุคคลจำนวน 120 คน บริเวณกลางทุ่งนา หมู่8 บ้านสุขประเสริฐ ตำบลเมืองไผ่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
จึงขอสนธิกำลัง ทหาร-ตำรวจภูธรอรัญฯ-ต.ช.ด-ตำรวจท่องเที่ยว-ตม.อรัญฯ เข้าตรวจสอบบุคคลดังกล่าว พบว่าเป็นแรงงานชาวกัมพูชาและชาวบังคลาเทศ มีสัมภาระเช่นกระเป๋าเดินทาง ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ระหว่างเจ้าที่เข้าทำการจับกุมมีชาวบังคลาเทศวิ่งหนีการจับกุม ทำให้เกิดบาดแผลที่บริเวณนิ้วเท้า อีกรายเป็นหญิงชาวกัมพูชาแม่ลูกอ่อนมีอาการเป็นไข้ตัวร้อน จึงรวบตัวชาวต่างด้าวทั้งหมดมาที่โรงพักอรัญประเทศ และได้เรียกกู้ภัยอรัญประเทศมาประถมพยาบาล
เบื้องต้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวกัมพูชาบอกว่าจะไปทำงานที่กรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา-ระยอง-ชลบุรี โดยมีค่าหัวถ้าระยอง-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา เสียคนละ 3500 บาท ไปกรุงเทพฯคนละ 4500 บาท ส่วนชาวบังคลาเทศยังคุยไม่รู้เรื่องว่าจะเดินทางไปไหน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดแยกบุคคลมีชาวกัมพูชาเป็นชาย 59 คน เป็นหญิง 42 คน(ผู้ติดตามเป็นเด็ก 6 คน) ชาวบังคลาเทศ 10 คนเป็นชายล้วน และเป็นคนไทย ชื่อนายสิรวิช(ขอสงวนสกุล) อายุ 19ปี บ้านเลขที่ 111 หมู่ 2 บ้านโน้นสาวเอ้ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ สระแก้ว อ้างว่าถูกว่าจ้างมา 300 ให้มาส่งข้าวให้กลุ่มแรงงานและเฝ้าให้ด้วย โดยอ้างว่ามีชายไทยอายุประมาณ 25 ปี ไม่รู้ชื่อจริงรู้แต่ว่าชื่อ(เอ็ด) ได้ขี่จักรยานยนต์มารับตนที่บ้านให้มาส่งข้าวกล่อง ก็เพิ่งทำเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อกับคำให้การ จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินขยายผลหาข้อเท็จจริง ด้านกลุ่มแรงงานลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบด้านเอกสารของแต่ละคนแล้วเสร็จจะทำการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

อดิศักดิ์ I สระแก้ว
