จากกรณีนายเจษฎา อินทบาล หรือกอล์ฟ อายุ 40 ปี อาชีพ ค้าขาย ว่าถูกใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร ส่งมาที่บ้านว่ารถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 3กศ-2072 ข้อหา ขับรถใช้ความเร็วเกินกว่าอัตราที่กำหนด ที่ ทล.32 กม.45 ขาออก ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา มีค่าปรับจำนวน 500 บาท ขณะที่รถกระบะคันดังกล่าวถูกยึดไปตรวจสอบเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยรถกระบะคันดังกล่าวจอดไว้ที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค1 อ.ลาดลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ตั้งแต่ปี 65 จึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.บางศรีเมืองไว้เป็นหลักฐาน
ที่ สำนักงานทนายคู่ใจ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อกฎหมายกับทางด้านทนายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ในกรณีดังกล่าว
ทนายรณรงค์ กล่าวว่า เรื่องแรกก็คือเรื่องใบสั่งที่มีค่าปรับ 500 บาทส่งมาถึงบ้านทางด้านเจ้าของรถกระบะไม่จำเป็นต้องจ่าย เพราะว่า พ.ร.บ.จราจรทางบกจะดำเนินคดีกับผู้ที่ควบคุมหรือผู้ที่ขับรถในเมื่อเราไม่ได้ขับไม่จำเป็นต้องจ่ายไม่ว่าใบสั่งจะเขียนมากี่บาทก็ตามแต่ ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องดูแลรถยนต์ที่ทำการอายัดมาเป็นของกลาง หากมีการเอารถมาใช้แล้วรถมีการชำรุดบกพร่องจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางเจ้าของรถตามแนวคำตัดสินของศาลฎีกา โดยทั่วไปแล้วรถที่กระทำความผิดที่อายัดมาเป็นของกลางจะต้องเก็บรักษาไว้ ไม่ใช่นำมาใช้เป็นการส่วนตัว ในการทำบัญชีของกลางของตำรวจทุกโรงพักทางร้อยเวรหรือคนที่ ผกก.มอบหมายจะมีคนคอยดูแลและจะมีการกำนดเวลาในการดูแล
ในกรณีนี้มีการนำรถไปใช้เจ้าหน้าที่ที่รับมอบหมายดูแลรู้เรื่องหรือไม่ หากรู้ก็จะเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อย่างไรก็ตามจะสรุปได้ว่า รถของกลางถ้าเสียสามารถขับไปซ่อมได้ แต่ถ้าหากมีการขับไปใช้เป็นการส่วนตัวจะมีโทษตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ฉัตรมงคล I นนทบุรี
