ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลจังหวัดนนทบุรี นายวงศพัทธ์ หรือท็อป รติพัชรพรกุล ผู้บริหารบริษัท เอ็กซ์พีเรียนซ์ เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ค่ายเพลง Rising Entertainment ควง ทนายนิด้า หรือ น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ มาศาลจังหวัดนนทบุรี ตามกำหนดการนัดเลขคดีดำ อ 973/65 พร้อม-สอบคำให้การจำเลย “ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด” หลังยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
จากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พร้อมด้วย นายนรากร อิสระวรางกูล หรือ พอร์ส ได้แถลงข่าว ยกเลิกสัญญากับทาง EXP Entertainment ทั้งกล่าวหา EXP ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม อีกทั้ง ข้อความบนโซเชียลของทนายตั้ม ที่สร้างความเข้าใจผิด และทำให้ EXP เสียหาย ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าว ทาง EXP ได้แถลงการณ์ชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดว่าไม่เป็นความจริง พร้อมแต่งตั้งทนายนิด้า หรือ น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ ยื่นฟ้องดำเนินคดีตามกฏหมาย
โดยวันนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรี นัดสอบคำให้การจำเลย “ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด” หลังถูกยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
ทนายตั้ม กล่าวว่า ทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้ถูกฟ้องร้องเรื่องของการหมิ่นประมาทเรื่องโฆษณา เป็นบริษัทค่ายเพลงที่มีการแถลงเรื่องของน้องพอชที่ไม่เป็นธรรม ศาลไตร่สวนไปว่ามีมูล ศาลพิจารณาแล้ว วันนี้ตนมาในเรื่องของการเป็นจำเลย ต้องรอการสรุปต้องสืบพยานกันกี่ปาก
ให้นักข่าวรอฟังผล ที่ตนทำเพื่อนักร้องน้องๆวงเยสอินดีส ว่าเป็นยังไง ตนไม่มีความลำบากใจเพราะผ่านเรื่องหมิ่นประมาทมาเยอะ มั่นใจที่ออกมาพูดเพระตอนนี้ตนได้เข้าช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่มีความฝันอยากเป็นศิลปินแต่เขาถูกจำกัดที่ค่ายเพลงที่มีสัญญาคาอยู่ วันนี้เซอร์ไพมากที่คุณแม่แตงโมเข้ามาฟ้องร้องแซนในวันเดียวกัน ถ้าเจอแม่ก็จะทักทายสวัสดี ในเรื่องของคดีตนไม่รู้ว่าฟ้องเรื่องอะไร จะให้ศาลพิจรณาต่อไป ตนจะไม่คุยกับแซนจะคุยกับคุณแม่ถึงความเห็นไม่ตรงกัน ตนมองว่าตลกดี แต่แซนไม่ตลก
น.ส.ศรันยาฯหรือ ทนายนิด้า กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาศาลเพราะมีหมายนัดเป็นการสอบจำเลยเพราะตนยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ฟ้องคดีมีมูล วันนี้เป็นการนัดจำเลยที่เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เป็นการที่ศาลไตร่สวนจำเลย เข้ามาในกระบวนการพิจรณาว่าจำเลยจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ จะต้องมีการตรวจสอบวัตถุพยานต่อไป คดีนี้ตนไม่ได้ฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหาย ในฐานะทนายความตนไม่เคยบอกกับลูกความว่าจะแพ้หรือชนะคดี เพราะตนมีจรรยาบรรณในทนายความ และอยู่ที่ศาลตัดสิน ที่ตนมาฟ้องเพราะลูกความได้รับความเสียหาย ตนจึงเอาข้อเท็จจริงเข้าสู่ศาล ถ้าศาลเห็นด้วยก็พิพากษาให้จำคุก ถ้าไม่เห็นด้วยก็ยกฟ้องไป แต่ตนไม่เคยรับปากลูกความก่อนว่าจะแพ้หรือชนะ ที่ผ่านมาไม่เคยไกล่เกลี่ยกับจำเลย
วันนี้ตนมองว่าลูกความตนได้รับความเสียหาย สิ่งที่ตนนำมาฟ้องมีอยู่หลายข้อ เป็นข้อเท็จจรอง ตนมีหลักฐานหลายสิ่งที่ไม่เป็นจริงอย่างที่เขาพูด ไม่ใช่เอาใครมาพูดในโซเชี่ยลก็ได้จะต้องมีหลักฐาน ตอนนี้ตนไม่กังวลในฐานะทนายความมีการเรียกร้องความยุติธรรม ให้ลูกความ จำเลยเคยแถลงข่าวให้ลูกความ จะต้องแก้ตัวให้ลูกความด้วยไม่งั้นจะเกิดความเสียหาย วันนี้ที่เขามาฟ้องมองว่า จำเลยอยู่นอกเหนือเจตนาและมั่นใจว่าที่เขาพูดไม่เป็นความจริง อย่างไรถ้าคดีความไม่ผิดหมิ่นประมาทตนมองว่าไม่ใช่ เพราะทุกอย่างเกิดความเสียหาย ต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าจะให้จำเลยมีความผิดหรือไม่ จะมาอ้างว่ารักษาประโยชน์ให้ลูกความไม่ได้ ส่วนคดีอื่นอยู่ในการพิจรณาของศาล ส่วนใหญ่ตนยังไม่เคยฟ้องใครมาก่อน แต่ตนมองว่าคดีนี้เกินไป วันนี้พึ่งเจอกับจำเลยครั้งแรกจึฃเกิดความกังวลเพราะไม่อยากทะเลาะกับใคร ไม่อยากทะเลาะในสายอาชีพเดียวกัน แต่จำเลยชอบอยู่นอกเหนือข้อกติกา ข้อเท็จจริงตนมีครบ
นายวงศพัทธ์หรือท็อป กล่าวว่า รอฟังคำพิพากษาว่าจำเลยจะผิดหรือถูก อยู่ที่ศาลท่านพิจารณาไม่อาจกล่าวล่วง

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
