ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังจากได้รับการร้องทุกข์จาก น.ส. กุ้ง อุ่นศรี อายุ 46 ปี ว่าตนและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนจากการที่ร้านของตนซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำและรับทำชั้นเหล็ก ถูก นาง อำภา หรือน้ำฝน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเช่า นำป้ายมาติดที่หน้าร้านระบุข้อความว่า “ห้ามบุกรุกหรือขนย้ายอุปกรณ์ หรือสิ่งของใดๆ ต้องได้รับอนุญาตจากคุณน้ำฝนก่อน” ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.66 พร้อมกับน้ำเหล็กมาอ๊อกปิดทางเข้าออก จนได้รับความเดือดร้อนเพราะมีทั้งรถ จยย.2 คันที่ยังจอดอยู่ด้านในไม่สามารถเข้าไปเอาออกมาได้รวมไปถึงอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ มูลค่าเกือบ 2 แสนบาท และยังสูญเสียรายได้มาตั้งแต่เดือน ก.พ.66 จนถึงปัจจุบัน เพราะไม่สามารถนำสิ่งของจากในร้านออกมาประกอบการค้าขายหรือรับงานทำชั้นเหล็กได้เลย
น.ส.กุ้ง เล่าว่า ครอบครัวตนได้มาเช่าที่ซึ่งเป็นที่ของ นาง อำภาหรือน้ำฝนตั้งแต่เดือน ก.ค.65 และได้ทำสัญญาเช่าเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาตนก็จ่ายค่าเช่าให้กับนางน้ำฝนตรงมาตลอดไม่เคยค้างค่าเช่าเลยซักครั้ง ต่อมาได้รับการติดต่อจากนางน้ำฝนว่าให้ตนย้ายออกและเข้ามาเก็บของ ตนจึงต้องปิดร้านตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.66 เป็นตนมาเพื่อที่จะทยอยเก็บของและย้ายออก ซึ่งได้มีการพูดคุยและตกลงกับทางนางน้ำฝนในเรื่องของค่าเช่าในเดือนสุดท้ายว่าหากอยู่ไม่ครบเดือนจะไม่คิดค่าเช่าในส่วนนี้
จนเมื่อช่วงวันที่ 18 ก.พ.66 ตนได้เดินทางเข้าไปที่ร้านก็เห็นมีป้ายมาติดที่หน้าร้านว่า ห้ามบุกรุกหรือขนย้ายอุปกรณ์ตามที่เห็น ซึ่งตนคิดว่ายังไม่ครบกำหนดเลยและของก็ยังขนย้ายออกไม่หมด ยังมีรถ จยย.อีก2คันที่ยังอยู่ข้างใน ซุ้มขายของที่ตนซื้อมาลงที่ร้านรวมไปถึงอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ อีกหลายรายการ เช่น ชั้นเหล็ก นั่งร้าน กระบะผสมปูน ฯลฯ รวมมูลค่าเกือบสองแสนบาท จึงได้เดินทางไปแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยให้ แต่ทางนางน้ำฝนก็ไม่ยอมให้ตนเข้าไปขนของออก บอกแค่เพียงว่าตนจะต้องจ่ายค่าเช่ามาก่อน ซึ่งเคยคุยกันว่าหากอยู่ไม่ครบเดือนทางนางน้ำฝนจะไม่คิดค่าเช่าในเดือนนี้
ต่อมา ตนได้เดินทางไปแจ้งความกับนางน้ำฝนที่ สภ.บางใหญ่ ในเรื่องของการยักยอกทรัพย์ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคยเรียกนางน้ำฝนเข้ามาที่โรงพักแล้วแต่นางน้ำฝนก็ไม่ยอมมาบ่ายเบียงมาตลอด ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เม.ย.66 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาคุยกันแต่ทางนางน้ำฝนกลับไม่ได้มาตามนัด ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาตนได้พยายามติดต่อนางน้ำฝนเพื่อขอเจรจาให้ตนเข้าไปนำของที่อยู่ข้างในออกมา แต่นางน้ำฝนเอาแต่บอกกับตนว่าต้องจ่ายค่าเช่ามาก่อนถึงจะอนุญาตให้นำของออกจากร้านได้ ตนจึงได้ทวงถามเงินที่นางน้ำฝนให้ลูกน้องซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวมาเซนเหล้ากินและของใช้เป็นจำนวนเงิน 2,982 บาท ซึ่งเรื่องนี้นางน้ำฝนได้มาพูดกับสามีตนด้วยตนเองว่าช่วยให้ลูกน้องเซนของหน่อย หรือจะหักค่าเช่าจากส่วนนี้ไปก็ได้แต่นางน้ำฝนก็ไม่ยอม จะคิดค่าเช่าเต็มจำนวนอยู่ดี
ส่วนตัวตนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะนางน้ำฝนจะให้ตนจ่ายค่าเช่าของเดือน ก.พ.จนถึงเดือน มิ.ย.ซึ่งรวมแล้วจะต้องจ่ายค่าเช่าถึง 5 เดือน เป็นเงิน 20,000 บาท ทั้งๆที่ร้านของตนถูกนางน้ำฝนเอาป้ายมาติดและนำเหล็กมาอ๊อกปิดร้านตั้งแต่เดือน ก.พ.และไม่สามารถเปิดร้านขายของได้อีกเลย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนาง อำภา หรือน้ำฝนเพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว แต่เนื่องนางน้ำฝนเดินทางไปต่างจังหวัดและไม่ขอเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
