นายวลัยพรรณ น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายบุญรวย เลิศวนิชย์ อุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร เป็นตัวแทนมารับหนังสือจาก นายวิระ สุดวิเศษ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดมุกดาหาร พร้อมสมาชิกชาวไร่อ้อย ประมาณ 10 คน ที่มายื่นหนังสือทวงถามเงินค่าตัดอ้อยสดที่รัฐบาลรับปากว่าจะให้ตันละ 120 บาท ต่อที่หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร
เพื่อผ่านไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ด้วยว่าสมาชิกชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดต้องแบกภาระต้นทุนสูงในการตัดอ้อยสดไม่เหมือนการตัดอ้อยเผา ในวันนี้เพื่อทวงถามที่รัฐบาลให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดที่ไม่เผาจะให้ตันละ 120 บาท ที่รัฐบาลรับปากว่าจะให้ผู้ปลูกอ้อยแต่ในปีนี้ไม่มีการจ่ายเงินให้ชาวไร่อ้อย แต่ 2 ปีที่ผ่านมามีการจ่ายเงินให้สำหรับชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด
การยื่นหนังสือของชาวไร่อ้อยที่ปลูกอ้อยจะยื่นหนังสือพร้อมกัน 37 จังหวัดที่เกษตรกรปลูกอ้อย ซึ่งได้รับ ความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2565/2566 ตามที่คณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ซึ่งมีมติรับทราบและอนุมัติในหลักการโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อลดฝุ่น PM 2.9 โดยให้ได้รับการสนับสนุนในการช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อลดต้นทุนการตัดอ้อยสดให้กับชาวไร่อ้อย 2 ฤดูการผลิตคือ ปีการผลิต 2564/2565 และปีการผลิต 2565/2566
สำหรับฤดูการผลิตปี 2565/2566 การหีบอ้อยผลิตน้ำตาลทรายได้สิ้นสุดตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายน 2566 และเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 ผู้แทน 4 องค์กรชาวไร่อ้อย ได้เข้าพบรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายอนุชา นาคาศัย) เพื่อนำเสนอเรื่องการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM 25 ในอัตราดันละ /20 บาท ประกอบกับได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดี ว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐตัดอ้อยสด ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าแรงงานในการจ้างตัดอ้อยสดสูงกว่าอัตราค่าจ้างแรงงานในการตัดอ้อยไฟไหม้
และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล สมาคมชาวไร่จังหวัดมุกดาหาร จึงยื่นเรื่องปัญหาดังกล่าว ผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลให้รับทราบ และขอให้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน ในฤดูการผลิตปี 2565/2566 ในอัตราตันละ 120 บาท จะทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับราคาอ้อยใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิต และมีผลตอบแทนเพียงพอในการที่จะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐและในอนาคตต่อไป

