ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย กว่า 30 คน เดินทางมาเพื่อขอให้มีมาตรการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย ได้มีการร่วมพูดคุยกับ นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายสุโข สืบสุข และนายนิทิพย์ ลานุตุน เจ้าหน้าที่ กสม. ที่ลงมาพูดคุยกับนักปกป้องสิทธิฯตามหนังสือร้องเรียนที่ยื่นให้ กสม. เพื่อขอให้ประสานและหามาตรการในการคุ้มครองความปลอดภัยของนักปกป้องสิทธิฯกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในขณะนี้

โดยตัวแทนนักปกป้องสิทธิฯ ได้ชี้แจงกับ กสม. ว่าพื้นที่ก่อสร้างโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานได้ทับพื้นที่พิพาท กรณีนโยบายทวงคืนผืนป่า ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดแบบผิดพลาดคลาดเคลื่อนทับที่ทำกินของประชาชน ที่หาอยู่หากิน และที่เลี้ยงสัตว์ ซึ่งหน่วยงานได้ทำการออกใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมู แปลงที่สอง เพื่อสร้างโครงการกังหันลมฯ ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีการประชาคมหมู่บ้าน มีการย้ายหลักหมุดตั้งโครงการไปมา และยังมีการทำรายงานตรวจสอบสภาพป่าที่เป็นเท็จ

ซึ่งจากการที่กลุ่มฯ ออกมาคัดค้านโครงการดังกล่าวในช่วงปลายปี 2565 ก็เริ่มมีการคุกคามเริ่มขึ้น โดยมีบุคคลได้เข้ามาพูดจาข่มขู่สมาชิกกลุ่มถึงที่บ้านพัก ต่อมาก็มีชายอ้างว่าเป็นนักข่าวท้องถิ่นฯ ได้ทำการคุกคามทางโทรศัพท์ โดยบอกว่าบริษัทฯ อยากจะขอดูแลกลุ่มแลกกับการหยุดคัดค้านโครงการฯ  หลังจากนั้นก็มีผู้สมัคร สส.เขต ได้ลงพื้นที่หาเสียงได้เสนอว่าจะหาคนช่วยยกเลิกคดีที่ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้แจ้งความไว้ จากเรื่องนโยบายทวงคืนผืนป่า ซึ่งเหตุการณ์การข่มขู่คุกคามนี้เกิดขึ้นแบบวนไปเวียนมาอย่างต่อเนื่อง

นางพิมพ์ใจ ปาหล่า ผู้ได้รับความเดือดร้อน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็พบว่ามีชายฉกรรจ์หัวเกรียน ลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีบลอน์ทอง (ทะเบียน กฉ 3953 มุกดาหาร) ขอสงวนปิดทะเบียน ได้เข้ามาดึงเอาป้ายรณรงค์คัดค้านโครงการของพวกเราไป ดังนั้นทางกลุ่มฯ จึงต้องการให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ได้ตรวจสอบการคุกคามนักปกป้องสิทธิฯ หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันสืบเนื่องที่มาจากโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย และพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อหามาตรการในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป