ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุภายในซ.ตรีเพชร ซอย1 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่าบ้านที่ถูกร้องเรียนว่าเสียงดังที่จริงแล้วเป็นซุ้มไก่ บริเวณด้านในมีโซฟา โต๊ะพับ ตู้เย็น ทีวี 1 เครื่อง และลำโพงบลูทูธขนาดกลาง อยู่ภายในซุ้มดังกล่าว ซึ่งปลูกอยู่ห่างจากบ้านผู้ร้องเรียนประมาณ 1 เมตร โดยบ้านผู้ร้องเรียนเป็นบ้านเช่าครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น ภายในบ้านไม่มีผู้อยู่อาศัย บริเวณหน้าบ้านติดประกาศขายบ้านพร้อมระบุข้อความว่า “ขายบ้านสนใจติดต่อเบอร์มือถือ 088-249-9245 นางวรรณ
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายจตุรพร หรือแบงค์ ยิ้มสิน อายุ 34 ปี (เสื้อแดง) เจ้าของรถยนต์สีดำที่เปิดกระจกแล้วมีปากเสียงกับผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนขับรถมาบริเวณหน้าบ้านของคู่กรณีตนเข้าไปคนเดียวไม่ได้ยกพวกไป โดยถามว่าทำไมไม่เดินมาคุยกันทำไมถึงไปฟ้องเจ้าของที่ เพราะเจ้าของที่โทรมาคุยกับตน ว่าคู่กรณีโทรมาฟ้องว่าพวกตนร้องคาราโอเกะเสียงดังถึงตี 2 ตี 3 ทั้งที่ตนกลับบ้านแค่เที่ยงคืน ยอมรับว่าเดินไปใกล้เขาแต่ไม่ได้ทำอะไร ส่วนรุ่นพี่ 2 คน ที่เดินมาเขาเห็นว่าตนมีปัญหาจึงเดินมาดูแล้วเกิดการมีปากเสียงกันนิดหน่อยแล้วห้ามกันดึงกันไปมาแล้วพลาดมือไปโดน ซึ่งบ้านแถวนี้ปลูกติดกันหลายหลัง แต่เขามีปัญหาแค่หลังเดียว คู่กรณีไม่เคยเดินมาคุยกันเรื่องเสียงดัง มีแต่เดินลอยหน้าลอยตาผ่านไป
ซึ่งซุ้มที่ตนนั่งพวกของตนนั่งคุยกันตามปกติบางวันก็จะนั่งกินเหล้ากินเบียร์กัน แต่ไม่เกิน 4 ทุ่มก็จะแยกย้าย เนื่องจากตรงนี้เวลามีฝนตกน้ำท่วม เรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าร้องคาราโอเกะเสียงดังนั้นไม่เป็นความจริงพวกตนไม่เคยร้องเนื่องจากทีวีเสียไม่มีเสียงเอาไว้เล่นเกมส์ Playstation อย่างเดียว แล้วที่บอกว่าเปิดเพลงเสียงดัง เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากลำโพงที่ใช้เป็นแค่ลำโพงบลูทูธ แล้วที่ให้ข่าวว่าเป็นผู้มีอิทธิพล ทุกวันนี้ตนทำงานหากินไปวันๆจะไปมีอิทธิพลอะไรตรงไหน
ด้านนายกฤษดา หรืออาร์ท ตันตรี อายุ 42 ปี (เสื้อแดง) ผู้ก่อเหตุ กล่าวชี้แจงว่า วันเกิดเหตุตนไม่รู้ว่าใครขับรถเข้ามาบริเวณซุ้มไก่แล้วมีปากเสียงกับทางด้านคนเจ็บ ตนจึงเดินไปดูกับนายเต้พบว่าเป็นรถของรุ่นน้องตนชื่อหมี พอเดินเข้าไปทั้งสองมีปากเสียงกันโดยไม่มีใครเข้าไปลุมต่อยหรือทำร้าย หากพวกตนรุมทำร้ายเขาต้องนอนลงไปกองแล้ว ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้ตั้งใจที่จะไปต่อยจริงๆ แค่เข้าไปห้ามเพื่อน แต่จังหวะชุลมุน มืออาจจะไปโดนกันบ้าง ไม่ได้ตั้งใจจะต่อยเขา ซึ่งตนไม่รู้จักกับคู่กรณี รู้เพียงแต่ว่าคู่กรณีอยู่บ้านหลังนี้ซึ่งมาอ้างว่าคนที่นั่งอยู่ตรงซุ้มไก่ร้องคาราโอเกะเสียงดังจนถึงตี 2 มันไม่ใช่และไม่เป็นความจริง
หากเสียงดังจริงเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆจะต้องมีคนเดินเข้ามาบอกหรือร้องเรียนแล้ว เพราะแถวนี้ห้องเช่าและบ้านติดกันเยอะ ตนไม่ใช่คนที่นี่ แค่เพียงมานั่งเล่นกับเพื่อนช่วงวันหยุดหรือตอนหลังเลิกงาน โดยนั่งถึง 4-5 ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ถ้ามีปัญหาชาวบ้านแถวนี้คงร้องเรียนกันหมดแล้ว เพราะบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็มีลูกอ่อน รวมถึงผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว โดยเพลงที่เปิดฟังยืนยันว่าไม่ได้เปิดเสียงดังจนเกินไปลำโพงที่เปิดก็เป็นแค่ลำโพงบลูทูธ และตอนนี้ได้ข้อมูลมาว่าทางคู่กรณีได้ไปแจ้งความที่สภ.ปากเกร็ด เรื่องนี้ตนจะปล่อยให้เป็นไปตามกฏหมาย และพวกตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีอิทธิพลแต่อย่างใด และไม่เคยเข้าไปข่มขู่ มีแต่แม่ของเขาที่ตะโกนด่ามาตลอดทางว่า “กูอยู่ที่นี่มาก่อน”
นายปิติโชค ผลพานิชย์ อายุ 35 ปี ลูกชายเจ้าของที่ดิน กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นคือทางผู้ร้องเรียนได้โทรเข้ามาหาตนร้องเรียนเรื่องเสียงดังก่อความเดือดร้อนรำคานมาแล้วไม่ต่ำกว่าประมาณ 3-4 รอบ ตนจึงรับเรื่อง และไปเตือนกับลูกบ้านที่เสียงดังตามหน้าที่ ตามจริงแล้วตนอยากให้ทางลูกบ้านคุยกันมากกว่า ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ซึ่งแม่ตนจะเป็นเจ้าของที่ตรงนี้ แต่แม่ตนจะกลับมาแค่เสาร์และอาทิตย์ ล่าสุดทางแม่ตนเป็นคนรับเรื่องตนจึงประสานตนให้เข้ามาเตือนและดูแลเรื่องนี้ แต่ตามจริงแล้วเท่าที่ตนได้ยินเสียงไม่ได้ดังอะไรมากมาย แต่ปัญหาคือทั้ง 2 ฝั่งไม่ยอมเปิดใจเข้ามาคุยกัน ล่าสุดตอนนี้ทางผู้ร้องเรียนได้ประกาศขายบ้าน ทางตนก็จะดำเนินการตามสัญญาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งทางผู้ร้องเรียนพึ่งเข้ามาเช่าอยู่ไม่ถึง 1 ปี และส่วนพื้นที่ซุ้มไก่ที่มีปัญหาเสียงดังแม่ตนได้ปล่อยเช่าเป็นที่เพาะพันธุ์ไก่
ทางด้านนายประดิษฐ์ ศรีฉลวย อายุ 37 ปี เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ติดกัน กล่าวว่า บ้านตนอยู่ติดกันกับซุ้มไก่ที่ถูกร้องเรียน ตนก็เห็นว่าเขานั่งคุยกันตามปกติ ไม่ได้ส่งเสียงดังอะไร บางครั้งก็เปิดเพลง บางครั้งก็ไม่ได้เปิด จะมีบางวันถ้าเสียงดังจริงคงทนไม่ไหวเพราะว่าตนมีลูกที่พึ่งคลอดมาได้ 2 อาทิตย์ส่วนจะทะเลาะกันหรือไม่พอใจเรื่องอะไรนอกจากเรื่องนี้ตนไม่รู้เหมือนกัน

ฉัตรมงคล I นนทบุรี
