กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม นายจรูญฯ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 358/2565 ลง  4 ต.ค.2565  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ”

สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนไม่มีชื่อ ต.ท่าโพธิ์ชัย อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566 นายประดิษฐ์ ศักดิบวรกุล ได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม และเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ ผกก.5 บก.ป. กรณีที่ตนเป็นผู้เสียหายในคดีปล้นทรัพย์ เหตุเกิดในพื้นที่ จ.นครปฐม เมื่อปี พ.ศ.2546

โดยผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ต่อมาในช่วงกลางดึกของวันเกิดเหตุ ได้มีคนร้าย รวม 3 คน บุกเข้ามาในบ้านซึ่งผู้เสียหายและครอบครัวพักอาศัยอยู่ เป็นทาวส์เฮาส์ 2 ชั้น คนร้ายได้ปีนรั้วและขึ้นมาบนชั้น 2 บ้าน จากนั้นได้ใช้ไม้ตีผู้เสียหายและภรรยาขณะที่นอนหลับอยู่ โดยมีบุตรของผู้เสียหายอายุ 3 ขวบ และ 1 ขวบนอนอยู่ด้วยข้างๆ

เมื่อผู้เสียหายสลบ คนร้ายได้ลากผู้เสียหายไปที่ห้องน้ำ จากนั้นคนร้ายได้ชิงเอารถยนต์กระบะ 1 คัน ,สร้อยคอทองคำ 1 บาท ที่ภรรยาของผู้เสียหายห้อยคออยู่, แหวนทอง, โทรศัพท์มือถือ เมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวขึ้นมา จึงได้ไปดูบุตรทั้งสอง พบว่าอยู่ข้างๆ ภรรยาซึ่งได้รับบาดเจ็บ จึงได้ออกมาหน้าบ้านมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน จากนั้นเพื่อนบ้านจึงพาผู้เสียหายส่ง โรงพยาบาล นอนรักษาตัวอยู่หลายเดือน โดยกะโหลกศรีษะร้าว ฟันหัก 6 ซี่ ดั้งจมูกหัก

ต่อมาจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุได้ออกหมายจับคนร้ายจำนวน 3 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวคนร้ายได้ 2 คน ยังเหลือคนร้ายอีก 1 คน ซึ่งยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ คือ นายจรูญ หรืออึ่งฯ โดยหมายจับจะหมดอายุความในวันที่ 4 ต.ค. 2566 หรืออีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า ผู้เสียหายเกรงว่าคนร้ายคนสุดท้ายจะลอยนวลและไม่ได้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย จึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือกับ ผกก.5 บก.ป.

จากนั้น ผกก.5 บก.ป. ได้สั่งการให้ ชป.2 กก.5 บก.ป. เร่งดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวที่ยังหลบหนีอยู่ จึงได้ออกเดินทางสืบสวนติดตาม

กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมตัวนายจรูญ หรืออึ่งฯ ได้ที่ริมถนนไม่มีชื่อ หมู่ 8 ต.ท่าโพธิ์ชัย อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป