ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมบุญประภัสร์ ชั้น 3 ตึกสมเด็จพระพุฒาจารย์ โรงพยาบาลกันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ เป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่ออบรมประสานเครือข่ายพัฒนาการเข้าถึงบริการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และการจัดเก็บสิ่งส่งตรวจสารพันธุกรรม หรือ (DNA) ของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสิทธิสถานะ ซึ่งอำเภอกันทรลักษ์ ได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 10 หรือ (สปสช.) ,สำนักบริหารงานทะเบียนกรมการปกครอง ,สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ,โรงพยาบาลกันทรลักษ์ ,มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
ได้ร่วมกันจัดการประชุมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพของคนไทยที่มีปัญหาสิทธิสถานะร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง การจัดตั้งเครือข่ายรูปแบบกระบวนการทำงานในการช่วยเหลือผู้มีปัญหาสิทธิสถานะในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและพื้นที่ใกล้เคียง โดยวันนี้มีผู้ตกหล่นไม่มีบัตรประชาชนจำนวน 12 คน อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 2 คน ,จังหวัดสุรินทร์ 9 คนไ จังหวัดบุรีรัมย์ 1 คน โดยนำผู้อ้างอิง ที่มีบัตรประชาชน มาร่วมตรวจด้วย 9 คน รวมที่มาตรวจ DNA ครั้งนี้ 21 คน
นายแพทย์ขวัญประชา เชียงไชยสกุลไทย ประธานคณะทำงานพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข คนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน เปิดเผยว่า เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาคนไทยที่มีปัญหาสิทธิทางทะเบียนหรือเรียกง่ายๆว่าคนไทยไร้สิทธิ ก็เป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกันของ 9 หน่วยงาน โดยมี สสส.เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณหลัก เป็นเรื่องของการพยายามที่จะให้คนไทยที่ไร้สิทธิสถานะไม่มีสิทธิ์ความเป็นคนไทย ที่ไม่มีเลข 13 หลัก สามารถกลับมาเป็นคนไทยได้ ซึ่งมีขั้นตอนทางกฎหมายที่สามารถทำได้แต่ต้องมีหลักฐานพอสมควร
หลักฐานหนึ่งที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์กับการคืนสิทธิการเป็นคนไทย ให้กลุ่มคนเหล่านี้คือการตรวจ DNA วันนี้จึงมาที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ โดยจะได้พัฒนาโรงพยาบาลกันทรลักษ์ซึ่งเป็นเป็นโรงพยาบาลระดับอำเภอ ให้เป็นหน่วยงานที่คนไทยไร้สิทธิ สามารถ Walk In เข้ามา แล้วเก็บสารพันธุกรรม เพื่อตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความเป็นคนไทย กับคู่เทียบ ซึ่งอาจจะเป็นสมาชิกในครอบครัว ที่มีบัตรประชาชน มีเลข 13 หลักอยู่แล้ว ซึ่งหากตรวจสารพันธุกรรมตรวจ DNA ได้ ผลตรวจตรงกัน เราก็สามารถคืนสิทธิ์ความเป็นคนไทยให้เขา ออกเลข 13 หลักให้เขาได้ตามกฎหมาย

อิสรชล : วสันต์ I ศรีสะเกษ
