จากกรณีเพจโซเชียลฮันเตอร์ โพสต์รูปภาพ คุณลุงถูกเพื่อนบ้านทำร้าย ระบุข้อความว่า ” เหตุเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่6ก.ย.ที่ผ่านมา

ชายสวมเสื้อวินจยย.ทำอาชีพขายไอติม ช่วงเช้ามักจะขนอุปกรณ์-กล่องลังไอติม ส่งเสียงดังเป็นประจำ

บางวันก็เมาอาละวาด ตะโกนด่าทอ ทำลายทรัพย์สินและทำร้ายชาวบ้านด้วย

เมื่อวานนี้ชาวบ้านในพื้นที่ ถูกคนขายไอติมทำร้าย แต่เมื่อไปแจ้งความแล้วเรื่องกลับเงียบทุกครั้ง

ชาวบ้านที่ถูกทำร้าย อยากจะขอความช่วยเหลือด้วย

เนื่องจากคนขายไอติมรายนี้ เคยมาก่อเหตุแล้วหลายครั้ง ตลอดช่วง3-4ปีที่ผ่านมา ”

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณ หมู่บ้านเปี่ยมสุข ซอย 2 หน้าบ้านเลขที่ 36 / 42 หมู่ 14 ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว พบนายฐานันดอน แสงพิทักษ์ 47 ปี เจ้าหน้าที่พัสดุ (ลูกเขยลุง) กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวานช่วงเวลาประมาณ 20:00 น. กว่า ๆ ขึ้นบ้านนอนกับลูกแล้ว ได้ยินเสียงคนโวยวาย เขย่าประตูนึกว่าข้างบ้านทะเลาะกันเลยไม่ได้สนใจ เพราะไม่อยากยุ่ง แต่ลูกสาวบอกไม่ใช่นะป๊า จึงเดินลงมาดูเห็นคู่กรณีเขย่าประตู กวักมือเรียกตนออกมาจากบ้าน มาขมขู่ จะฆ่าทั้งครอบครัว ตนโมโหเลยเปิดประตูออกมาเคลียร์ แต่ก็ไม่มา จึงไล่กลับไป เมาก็กลับไปนอน อย่ามานักเลง ไม่ดี ชาวบ้านเห็นกันทุกคน แต่ไม่หยุดเดินปรี่เข้ามา จึงป้องกันตัวโดยการผลักออกอยู่หลายครั้งยังไม่หยุด จึงต้องใช้กำลังจับเขาให้นอนลงไปกับพื้นเพื่อให้หยุดการกระทำ

ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อนแล้ว ช่วงประมาณปี 2563 คู่กรณีมาทำเหมือนโรงงานขายส่งไอศกรีม มีการใช้เสียงดังตั้งแต่เช้ามืดเป็นเวลาหลายวันตนเลยเดินไปเตือนขอให้ช่วยเบาเสียงลง เพราะบ้านเราเป็นทาวเฮาส์ สะเทือนถึงกันหมด ผ่านไปวันสองวันคู่กรณีมีอาการเมาก็จะเดินมาหาเรื่อง ตนไล่กลับไป รอให้สร่างเมาค่อยกลับมาคุยกัน ตนกำลังจะขับรถไปรับแม่ยาย รถกระบะของคู่กรณีมาจอดขวางทำให้เลี้ยวรถออกไปไม่ได้ จึงเดินไปบอกขอให้เลื่อนรถให้หน่อย คู่กรณีบอกไม่เลื่อน นี่บ้านของเขาแล้วก็ต่อยตนกลับมา ตนจึงไปแจ้งความ พอปี 2564 มายืนด่าตนอยู่ข้างบ้าน ก็ไปแจ้งความอีกครั้ง ขอให้ตำรวจช่วยมาตักเตือนตำรวจบอกไม่ต้องมีอะไรให้โทรไป 10 นาทีถึง

แต่เหตุการณ์เมื่อวานเกือบ 30 นาที กว่าตำรวจจะมา หลังจากนั้นหมางใจกันมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายต่างคนต่างอยู่ โดยปกติคู่กรณีไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ตลอด จะมาแค่ช่วงลงไอศกรีมและกลับไป ตอนนี้อยากให้ตำรวจช่วยดูแลความปลอดภัยให้หน่อย บ้านตนมีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน 2 คน ส่วนตนนั้นเช้าไปทำงานเย็นกว่าจะกลับ ถ้าวันไหนคู่กรณีกลับมาทำแบบนี้อีก จะทำอย่างไร ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตเลย บ้านห่างกับคู่กรณีแค่ 1 หลัง มาทำแบบนี้ตนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องพี่งสื่อ

นายปราโมท ทิพพิมลย์ อายุ 73 ปี (ลุงที่ถูกทำร้าย) กล่าวว่า เตรียมตัวกำลังจะเข้านอน ปิดไฟในบ้านแล้ว ได้ยินเสียงเขย่าประตู ตกใจ จึงรีบเปิดไฟออกมาดู คู่กรณีด่าหยาบคาย ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องกันมาก่อน บอกให้ลูกหลานเอากล้องขึ้นมาถ่าย คู่กรณีเดินเข้ามาหาตน ลูกเขยตามออกมาด้วยและผลักคู่กรณีให้ออกไป ล็อคแขนแล้วล้มนอนกองอยู่ตรงหน้าประตูบ้านข้าง ๆ ลูกเขยชกไป 2 ที แล้วถามว่าจะหยุดได้หรือยัง หลังจากชกต่อยกันไปแล้ว คู่กรณีเดินกลับอีกครั้งลูกสาวยืนอยู่ด้วย ตนจึงเอามือป้องไว้ คู่กรณีดึงแขนแล้วล็อคคอตนไว้แล้วเหวี่ยงล้มตรงประตูทำให้บาดเจ็บตรงหัว และหลัง เคยมีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้ ประเด็นแรกเลยคือเรื่องรถที่จอดขวาง ตอนนี้รู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะไม่รู้ว่าจะมาทำแบบนี้อีกเมื่อไหร่ ปกติคู่กรณีกินเหล้าเมาแบบนี้เกือบทุกวัน เมาแล้วชอบหาเรื่องคน อยากให้ตำรวจทำให้เด็ดขาด อย่ามายุ่งกัน หรือเปลี่ยนเป็นเพื่อนกันดีกว่า แต่ดูแล้วรู้สึกน่าจะไม่ยอมกัน

นางสาวกชพร กาพวยทอง  อายุ50 พนักงานบัญชีแห่งหนึ่ง (ลูกสาวลุง)กล่าวว่า มีเรื่องกันมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว เคยแจ้งความไป 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้ทนไม่ไหวแล้ว รู้สึกโดนคุกคามมากเกินไป มีการขู่ฆ่ากันด้วย รู้สึกว่าทำไมยิ่งอยู่ยิ่งไม่ปลอดภัย ไม่เคยไปทำอะไร อยู่เฉย ๆ ครั้งก่อนที่เคยมีปัญหากันก็ไม่ได้อะไรแล้ว แต่ทุกครั้งที่คู่กรณีมีอาการเมา จะเดินมาหาเรื่องตลอด แฟนเดินไปซื้อโค้กหน้าร้านค้าพอเดินผ่านหน้าบ้านคู่กรณีก็จะมีการตะโกนด่า มีอาทิตย์นี้มาเขย่าประตูบ้าน มีท่าทีจะเข้ามาในบ้าน มาดึงแขนพ่อไป ตนสู้แรงไม่ไหวจนพ่อหัวฟาดแล้วพ่อเป็นโรคหัวใจ ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้ แต่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร แจ้งความไปก็ไม่มีผล คู่กรณีไม่ได้เกรงกลัว หลังจากนี้ไม่รู้จะทำแบบนี้อีกหรือไม่ ใจอยากให้คู่กรณีย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะคู่กรณีมีอารมณ์แบบนี้ในหมู่บ้านเด็กเยอะ คนสูงอายุก็เยอะ ส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับบ้านหลังอื่น อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่36/40 ซึ่งเป็นบ้านคู่กรณีพบนายมาโนชย์ ใส่เสื้อวินจยย.ขับรถพ่วงข้างขายไอศครีมเข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าว ผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่นายมาโนชย์ ไม่พูดไม่จาไม่ให้สัมภาษณ์สื่อก่อนก็ขับรถออกไปจากหมู่บ้านดังกล่าวท่าทางไม่พอใจ

ทางด้าน พ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไชย ผกก.สภ.บางใหญ่ เปิดเผยว่า  เมื่อคืนในช่วงเวลาเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.บางใหญ่ได้เดินทางเข้าระงับเหตุหลังได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกัน ทางตำรวจจึงได้นำตัวทั้ง2ฝ่าย ไปที่สภ.บางใหญ่ ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ทางพนักงานสอบสวนจึงให้ผู้บาดเจ็บไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อนำคำวินิจฉัยจากแพทย์มาประกอบสำนวนคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ได้รับเรื่องแล้วอย่างไรก็ตามตอนนี้อยู่ในระหว่างรอผลจากแพทย์และจะทำการเชิญตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำในเร็วๆนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเมื่อปี 2562 ทั้งสองฝ่ายเคยมีปัญหาและเข้ามาแจ้งความที่ สภ.บางใหญ่

ฉัตรมงคล I นนทบุรี