กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม
- นายเจ๋งฯอายุ 25 ปี (ผู้ขับขี่)สัญชาติ ไทยผู้ต้องหาที่ 1
- นายซอจี อายุ 52 ปี สัญชาติ เมียนมาผู้ต้องหาที่ 2
- นายซอ โท อายุ 42 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 3
- นายซา เซีย ออ อายุ 40 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 4
- นายบิทุยอายุ 40 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 5
- นายเมียทัดอายุ 40 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 6
- นายซอ ทง อูอายุ 33 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 7
- นายเซอ โก ตู อายุ 22 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 8
- นายจอ โซ เวอายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 9
- นายออ จอ โซอายุ 27 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 10
- นายตัก กู กูอายุ 39 ปี สัญชาติ เมียนมาผู้ต้องหาที่ 11
- นายจอ เซ วูอายุ 20 ปีสัญชาติ เมียนมาผู้ต้องหาที่ 12
- นายโท โท เวียอายุ 37 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 13
- นางสาวนี ตู หมองอายุ 46 ปีสัญชาติ เมียนมาผู้ต้องหาที่ 14
ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน
- รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม
- ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
- ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรฯ
- ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่
- ใช้รถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน มาตรา 6(1)
ผู้ต้องหาที่ 2 – 14 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ตรวจยึดของกลาง ดังนี้
- รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน
- โทรศัพท์ จำนวน 3 เครื่อง
- กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
สถานที่จับกุม บริเวณถนนริมคลอง หมู่ที่ 7 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ทล. ได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สำรวจเส้นทางบริเวณ
อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พบรถยนต์กระบะจอดอยู่ริมถนน โดยสังเกตว่ามีลักษณะน้ำหนักที่รถยนต์มากว่ารถยนต์ปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งสัญญาณไฟและเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุด แต่เมื่อรถคันดังกล่าวพบเห็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับหลบหนี โดยขับหลบหนีไปตามถนนสายเอเชียด้วยความรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถยนต์ไล่ตาม
ต่อมารถยนต์คันดังกล่าวได้ขับเข้าไปในบ้านของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินไปหาที่รถยนต์ดังกล่าวพร้อมแสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผู้ขับขี่นั้นไม่ยอมจอดและพยายามขับขี่หลบหนีต่อและรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับขี่หันทิศทางรถยนต์มาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่เกรงกลัวว่าจะก่อให้เกิดอันตราย จนกระทั่งมาถึงบริเวณถนนริมคลอง หมู่ที่ 7 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รถยนต์คันดังกล่าวจึงหยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทำการตรวจสอบ พบนายเจ๋งฯ อายุ 25 ปี เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ โดยมีผู้ต้องหาที่ 2-14 นั่งโดยสารมาด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญผู้ต้องหาทั้งหมดมาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดที่ สภ.เมืองอ่างทอง ภ.จว.อ่างทอง
จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาที่ 2 – 14 เป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวไม่มีการจดทะเบียน กับกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง ภ.จว.อ่างทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยอมรับว่า ได้รับการประสานจากชายเมียนมาให้ไปรับแรงานต่างด้าวที่บริเวณป่าข้างทางในพื้นที่ ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ทั้งหมดจำนวน 13 คน เพื่อไปส่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยได้รับค่าจ้าง 13,000 บาท/ครั้ง ซึ่งระหว่างทางจะมีชายไทย 1 คน คือ นายโจ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) เป็นคนขับขี่นำเส้นทางเพื่อดูด่านตรวจหรือรถตำรวจระหว่างทาง และทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวทั้ง 13 คน ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ โดยได้กระทำแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง และผู้ต้องหาที่ 2 – 14 ให้การยอมรับว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติและเดินข้ามมาในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจะมีคนพาออกมาขึ้นรถที่นำพาเพื่อจะเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยเสียค่าใช้จ่าย จำนวน 13,000-15,000 บาท

