นายฉัตรชัย ทองปอน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผย ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าปกติจากสภาวะเอลนีโญถึง 40-50% ทำให้ปริมาณน้ำในบึงบอระเพ็ด ลดต่ำลงอย่างมาก จนเข้าขั้นแล้งวิกฤตปริมาณน้ำในบึงเหลือประมาณ40เปอร์เซนต์ใกล้กระทบระบบนิเวศน์ในบึง แต่เนื่องจากในระยะนี้มีปริมาณฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศ
ซึ่งส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก อาทิ แม่น้ำน่าน ที่มีปริมาณสูงขึ้นกรมชลประทาน จึงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบไฮโดรโฟล (Hydroflow) บริเวณปากคลองบึงบอระเพ็ด พร้อมเร่งเดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าบึงบอระเพ็ด เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้กรมชลประทาน เร่งเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนไว้ให้ได้มากที่สุด
พร้อมจัดหาแหล่งน้ำสำรองและเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ ไว้คอยช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงทุกจุด บริหารจัดการน้ำด้วยความประณีตและเกิดประโยชน์
ล่าสุดสถานการณ์น้ำในแม่น้ำที่จังหวัดนครสวรรค์ (สถานี C.2) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องมีการจัดจราจรน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง โดยส่วนหนึ่งจะรับน้ำเข้าระบบชลประทาน เพื่อเก็บกักน้ำ โดยไม่กระทบต่อพื้นที่ริมคลองและสามารถรองรับฝนที่อาจตกลงมาในพื้นที่ได้อีก และจะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด

