ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายนทพล พุทธมาศร์ อายุ 33 ปี (สวมเสื้อสีดำในวันเกิดเหตุ)และนายชัยนันท์ พุทธมาตร อายุ 27 ปี (สวมเสื้อสีขาวในวันเกิดเหตุ)ว่าขณะขี่รถจยย.ไปกินข้าวกับเพื่อนได้ถูกรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาวไม่ทราบทะเบียน ขับปาดหน้า จึงลงจากรถแล้วปากเสียงกัน ก่อนหญิงสาวรายหนึ่งที่นั่งมาในรถกระบะคันดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนจ่อหัว แล้วยิงขู่ 2 นัด ที่เกิดเหตุภายในซอย รัตนาธิเษศน์25 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ก.ย.66 เวลา 23.00 น. แจ้งความไว้ที่สภ.รัตนาธิเบศร์แต่คดีไม่มีความคืบหน้า

จากการสอบถาม นายนทพล กล่าวว่า กล่าวว่า วันที่ 22 ตนพาลูกน้องไปกินข้าว มาประมาณ 3 คัน น้องอีกคนอยู่ที่ร้านช่วยลุงเก็บของ ส่วนน้องคนเสื้อขาวนำหน้าไปก่อนแล้ว ซึ่งในวันเกิดเหตุตนใส่เสื้อสีดำ ตนขี่รถจยย.มาแล้วมีรถกระบะพุ่งออกมา ตนจึงจอดแล้วเบี่ยงขวาออก รถกระบะก็เบี่ยงตามมา ตนจึงเบี่ยงหลบอีกครั้งซึ่งรถกระบะจะชนแฟนของตน ตนจึงชะลอแล้วถามว่าขับรถอะไร คู่กรณีรถกระบะจึงเปิดกระจกมาด่า ทอตน ซึ่งน้องตนเห็นน้องตนใส่เสื้อสีขาว จึงขี่รถมา แล้วก็เป็นไปตามคลิป

หลังจากนั้นน้องชายตนเป็นคนเดินเข้าไปหาคู่กรณี ซึ่งตนเห็นว่าเขามีปืนแต่คิดว่าไม่กล้ายิง ตนกับน้องจึงวิ่งเข้าไปกระชาก ต่อย เพื่อป้องกันตัว แฟนของคู่กรณีก็ยังด่าอยู่ และเอาปืนขึ้นมายิง ซึ่งผู้หญิงเป็นคนยิงยิงทั้งหมด 2 นัด นัดแรกไม่ออก นัด 2 ออก แต่ไม่โดนใคร หลังจากนั้นตนจึงขี่รถไปแจ้งความ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบและดำเนินคดีให้ ถ้าวันนั้นมีใครเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บคงจะเป็นเรื่องยาว ซึ่งตนก็จะไม่ยอม

ทางด้านนาย ชัยนันท์ เล่าว่า กล่าวว่า พี่ชายตนโดนรถกระบะขับปาดหน้า ตอนแรกตนไม่รู้เพราะขี่นำออกไปแล้ว หันกลับมาเห็นว่าพี่ชายมีเรื่องเลยขี่รถวนกลับมาเพื่อสอบถามว่ามีอะไรกัน แต่จากที่ดูแล้วพบว่าคนขับรถกระบะและเมียเขาเคยเป็นคู่กรณีกับตนมาก่อน ตอนคู่กรณีเห็นตน เขาหยิบปืนออกมา ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุการณ์เก่าหรือไม่ อย่างไร ถึงได้หยิบปืนออกมา

แต่เหตุการณ์ตอนนั้นคือคู่กรณีปาดหน้ารถพี่ชายตนแล้วแฟนคู่กรณีพูดจาไม่ค่อยดี แค่พี่ชายลงมาถามว่าทำไมขับรถแบบนี้ทำให้มีปากเสียงกันนิดหน่อย ซึ่งทางคู่กรณีที่เป็นผู้ชายเขาไม่ได้ต้องการอะไรแต่แฟนของเขาที่เป็นผู้หญิงตะโกนด่าอย่างเดียว ไม่ฟังอะไรเลย หลังจากนั้นผู้หญิงได้จ่อปืนมาทางพวกของตนและยิงออกมานัดแรก กระสุนไม่แตก ตนจึงพูดให้ยิงอีกครั้ง พร้อมถอยออกมาสองก้าวแต่พี่ชายยังยืนที่เดิม อีกฝ่ายยิงออกมาอีกนัด ซึ่งนัดนี้ยิงออก แต่กระสุนคาดว่าน่าจะขึ้นไปอยู่บนหลังคารถ พอยิงเสร็จอีกฝ่ายพยายามจะเหยียบรถเพื่อหลบหนีไม่แน่ใจว่าจะชนพวกตนหรือไม่

ตนจึงพยายามหาอาวุธรอบกายเพื่อจะไม่อีกฝ่ายหนี แต่คู่กรณีก็หนีไปได้ ตนจึงไปแจ้งความไว้เพื่อลงบันทึกประจำวัน ซึ่งตอนที่เขาคว้าปืนออกมาเป็นการยิงจ่อมาทิศทางของตนเพื่อจงใจจะยิงเลย ถ้าจะบอกว่าเป็นการป้องกันตัวแฟนของคู่กรณีนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สมควรที่จะเปิดกระจกเพื่อยิงขึ้นฟ้าแต่ไม่ใช่ ซึ่งถ้าตั้งใจจะระงับเหตุจริง ๆ ควรจะยิงปืนออกไปนอกหน้าต่างไม่ใช่ยิงแสกหน้าแฟนตัวเองออกมา ส่วนตัวไม่เคยมีเรื่องอะไรบาดหมางกับอีกฝ่ายเลย แต่ตนเคยเล่นปืนแกร๊บแล้วน้องชายอีกคนเคยขี่รถผ่านร้านคู่กรณี แล้วตนได้ยิงปืนแก๊บใส่น้องตน แต่คู่กรณีนำคลิปกล้องวงจรปิดในร้านไปแจ้งความ ว่าตนยิงกันในที่สาธารณะ ซึ่งตนก็เสียค่าปรับไปแล้ว

ซึ่งเหตุการณ์นี้เคยเป็นข่าวไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นไม่เคยมีเรื่องกันอีกเลย ซึ่งอยู่ที่นี่มาจะสิบปีแล้ว หลังเกิดเหตุไม่มีการพูดคุยอะไรทั้งสิ้น ติดตามจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเดียว ซึ่งเหตุการณ์นี้ผ่านมาสองอาทิตย์ได้แล้ว ตนคิดว่ามันนานเกินไป มันอุกอาจเกินไปหากวันนั้นมีเด็กอยู่แล้วโดนใครเสียชีวิตขึ้นมาไม่คุ้มกันเลย ปัญหานี้เคลียร์กันได้แต่เลือกที่จะไม่เคลียร์ ซึ่งตนอาศัยอยู่แถวนี้มาทุกวันพี่สาวเปิดร้านยาดองอยู่แถวนี้ ทางคู่กรณีก็ยังอยู่ที่เดิมเปิดร้านขายกระท่อม

ตอนนี้ตนรู้สึกกลัวไม่รู้ว่านั่งอยู่จะมายิงอีกเมื่อไหร่ คิดว่าปืนที่ใช้ยิงน่าจะเป็นของแฟนเขาที่เป็นตำรวจ หลังจากนี้ต้องรอดูข้อกฎหมายว่าสามารถไกล่เกลี่ยได้หรือไม่ ทางตำรวจยังไม่ได้บอกอะไร แต่ทางกลุ่มของตนไม่มีการเอาคืนอย่างแน่นอน จะรอข้อกฎหมายและเรียกค่าเสียหายอย่างเดียว ตนไม่ได้มีอำนาจหรืออะไร หากวันนั้นตายขึ้นมาก็ไม่มีใครมารับผิดชอบ  อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรีบคดีให้หน่อยเพราะคู่กรณียังลอยนวลอยู่ ไม่ใช่ให้รอย่างเดียว

ฉัตรมงคล I นนทบุรี