ชาวบ้านที่หมู่ 5 แจ้งผ่านสื่อว่าที่บ้านเลขที่ 15/16 หมู่ 5 ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร มีครอบครัวที่น่าสงสาร โดยเฉพาะเด็กๆ 4 คนที่อายุยังน้อยต้องอยู่กันตามลำพัง จนชาวบ้านขนานนามให้ว่าเป็น 4 ยอดกุมาร เนื่องจากมีความอดทนและแข็งแกร่งมากกว่าเด็กๆทั่วไป จากการเดินทางไปตรวจสอบพบว่าบ้านหลังกล่าวเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ขนาดใหญ่ มีประตูเหล็กที่หน้าบ้าน จากการดูจากภายนอกพบเด็กๆรูปร่างขนาดตัวเท่าๆกัน เมื่อเข้าไปดูภายในบ้านก็ต้องผงะจากกลิ่นเหม็นอับ เหม็นเน่าจากอาหารที่เสียแล้ว และยังกลิ่นปัสสาวะที่ตลบอบอวล โดยเด็กๆเล่นกันอยู่ในบ้าน มีอาหารแกงเน่าข้าวบูดกองอยู่ เสื้อผ้าทิ้งเรี่ยราดอยู่ตามมุมห้อง ส่วนบนนอนมีมุ้งกางอยู่ มีเสื้อผ้ากองอยู่ทั่วไป ส่วนไฟฟ้าถูกตัดไปนานแล้วจึงไม่มีไฟฟ้าใช้
บ้านหลังนี้เป็นบ้านของวัดกุฎิการามสร้างไว้แต่ไม่มีใครมาอยู่ จึงให้นายชัยรัตน์ บดีรัฐ อายุ 46 ปี มาพักอาศัยยอยู่กับลูกเมีย เนื่องจากนายชัยรัฐไม่มีที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยนายชัยรัตน์ ต่อมาเมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมาภรรยานายชัยรัตน์ได้เลิกไปมีสามีใหม่ จึงปล่อยลูกๆทั้ง 4 คนประกอบด้วย ด.ญ.จุฑารัตน์ บดีรัฐ อายุ 6 ขวบพี่สาวคนโต ส่วนรองลงมาเป็นฝาแฝดชายชื่อ ด.ช.นพพล และ ด.ช.นพพันธ์ บดีรัฐ อายุ 4 ขวบ ส่วนน้องชายคนเล็กชื่อ ด.ช.เอกรัฐ บดีรัตน์ อายุ 3 ขวบให้อยู่กับพ่อ
ตอนเช้านายชัยรัตน์ จะออกไปหาทำงานรับจ้างทั่วไป นายชัยรัตน์ จะบอกกับลูกๆทั้ง 4 คนว่าอย่าออกไปเล่นข้างนอกบนถนน ถ้าหิวข้าวให้ไปหายายอิ่มเพื่อนบ้านข้างเคียง ให้ไปขอข้าวยายอิ่มกิน จากนั้นก็ออกไปทำงานโดยมีลูกๆยืนมองอยู่ที่ประตูเหล็กหน้าบ้าน หลังจากพ่อไปทำงานแล้วพี่สาวคนโตก็พาน้องๆมาเล่นกันตามประสาเด็ก เมื่อหิวข้าวพี่สาวก็จะพาน้องๆเดินมุดไปตามป่าละเมาะที่มีหญ้าสูงท่วมหัวเพื่อไปขอข้าวยายอิ่มกิน โดยเด็กๆจะบอกยายอิ่มว่าหิวข้าวแล้ว ขอข้าวกินหน่อย ซึ่งยายอิ่มก็ใจดีไปตักข้าวใส่กาละมังใหญ่ ราดด้วยน้ำแกงหมูใส่ช้อนไว้ 4 คันมาวางให้เด็กๆที่ตั้งวงรออยู่แล้ว ทันทีที่ยายอิ่มวางข้าวลงเด็กๆก็รุมหัวชนกันกินอย่างหิวโหย เพียงไม่นานข้าวเต็มกาละมังก็หมดเกลี้ยง เมื่ออิ่มแล้วก็พากันเดินกลับทางเดิมที่รกจากวัชพืชกลับมาเล่นกันที่บ้านตามประสาพี่น้อง
นางอิ่ม สิงห์ใส อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ 5 ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่ารู้สึกสารละเวทนาเด็กๆมาก เด็กทั้ง 4 คนจะมาขอข้าวกินวันละ 2 มื้อเช้ากับเที่ยง ส่วนตอนเย็นพ่อเด็กกลับมาก็จะหาให้กินเอง น้ำก็ต้องคอยอาบให้ เสื้อผ้าก็ต้องซักให้ทั้งๆที่ไม่ใช่ลูกใช่หลาน แต่ทำไปเพราะว่ารักและสงสารเด็กๆมาก เด็กๆก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนสักคน
ทางด้านนายชัยรัตน์ เปิดเผยว่า ภรรยาทิ้งไปได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว เห็นลูกๆก็รู้สึกสงสารมาก ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้ลูกๆไปโรงเรียนตนจะได้ออกไปทำงานได้สะดวก เพราะบางครั้งต้องพาลูกๆไปด้วยอากาศก็ร้อน แต่ก็ต้องพาไปเพราะไม่มีใครดูแลเพราะเมียก็เลิกไปมีครอบครัวใหม่แล้ว
จาการสอบถามถึงสาเหตุเมียเลิกไปได้ความว่า ตนเคยติดคุกมาในคดีครอบครองยาเสพติดต้องโทษจำคุกมา 8 ปี หลังจากที่พ้นโทษออกมาก็มาได้ภรรยา ในช่วงนั้นตนก็ถูกจับในคดีเสพอีกต้องโทษจำคุก 8 เดือน หลังจากพ้นโทษออกมาก็มีเรื่องทะเลาะกับภรรยาประจำเพราะยังเสพยาบ้าอยู่บ้างแต่ไม่มาก ภรรยาจึงหนีไปมีครอบครัวใหม่ ตนจึงต้องเลี้ยงลูกๆตามลำพัง และยืนยันว่าได้เลิกเสพยาเสพติดมาตั้งแต่ภรรยาหนีไป ส่วนไฟฟ้าที่บ้านก็ถูกตัดไปได้ 5-6 เดือนแล้วเพราะค้างค่าไฟไม่มีเงินไปจ่าย เวลาจะหุงข้าวต้องถือหม้อหุงข้าวไฟฟ้าไปขอเสียบหุงข้าวที่บ้านของชาวบ้าน
สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องช่วยเหลือเด็กๆทั้ง 4 คน สามารถบริจาคได้ที่ธนาคารออมสินสาขาพรานกระต่าย ชื่อบัญชีทุนการศึกษาเพื่อเด็กหญิงจุฑารัตน์ บดีรัฐ หมายเลขบัญชี 020-426097-695 โดยบัญชีนี้ผู้ที่จะเบิกได้ต้องผ่าน 3 คน คือกำนันในพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และครูในพื้นที่ทั้ง 3 คนเท่านั้น ส่วนนายชัยรัตน์ที่เป็นพ่อไม่มีสิทธิเบิก เพื่อป้องกันการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์

ศุทธิกาญจน์ I กำแพงเพชร
