ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ที่เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 และผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น อันเนื่องมาจากราคาปัจจัยการผลิต อาทิเช่น น้ำมัน, ปุ๋ยเคมี, อาหารสัตว์, ค่าขนส่ง ฯลฯ มีราคาสูง และส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นตามไปด้วย
จากผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรมีภาระต่อต้นทุนในการผลิต ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่สูงขึ้น รวมทั้งภาระหนี้สินของเกษตรที่สะสมมาจากสถานการณ์ภัยธรรมชาติ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หนี้สินครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น
ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และการดำรงชีพของเกษตรกรและประชาชนโดยทั่วไป ถึงแม้รัฐบาลจะมีนโยบายในการช่วยเหลือหลายด้าน แต่ปัญหารายได้ครัวเรือนยังเป็นปัจจัยที่สำคัญส่งผลต่อภาระหนี้สินที่มีอยู่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน
สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดนครสวรรค์ จึงได้จัดทำโครงการ “พัฒนายกระดับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน” โดยอาศัยสถาบันเกษตรกรในการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากผู้ผลิตต้นน้ำ กับผู้ประกอบการปลายน้ำ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในห่วงโซ่การผลิต และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร พัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ผู้ประกอบการ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม
เนื่องจาก พื้นที่การเกษตรของจังหวัดนครสวรรค์ มีพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศได้แก่ ข้าวเปลือก ประกอบกับมีเครือข่ายเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่ดำเนินกิจการรับซื้อ หรือรวบรวมผลผลิตเกษตร ที่มีศักยภาพตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศอยู่เป็นจำนวนมาก สนจ.นครสวรรค์จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนายกระดับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “แก้หนี้ แก้จน & ก้าวพ้นวิกฤต”
เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตตลอดห่วงโซ่การผลิต โดย ธ.ก.ส.ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน ระหว่าง เกษตรกรต้นน้ำ สถาบันเกษตรกรกลางน้ำ และผู้ประกอบการปลายน้ำ เพื่อจับคู่ธุรกิจ Business Matching โดยสนับสนุนสินเชื่อต้นทุนต่ำตามนโยบายรัฐ และสินเชื่อเกณฑ์ผ่อนปรน เป็นการเฉพาะ
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม จัดสรรประโยชน์เพิ่มของโครงการคืนให้แก่ผู้ผลิตต้นน้ำอย่างเป็นธรรม สร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกร ในการทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกร และสามารถส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ประกอบการได้ตามความต้องการของตลาด
วัตถุประสงค์
- เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่าง ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
- เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ในห่วงโซ่คุณค่าสินค้าการเกษตร (Supply Chain)
- เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกร ในการทำหน้าที่ทางธุรกิจอย่างครบวงจร
- เพื่อจัดหาผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ
- เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
กลุ่มเป้าหมายตามโครงการ
- เกษตรกรผู้ผลิต
- สหกรณ์การเกษตร จำนวน 11 แห่ง
- ผู้ประกอบการโรงสี จำนวน 9 แห่ง
- ส่วนราชการ จำนวน 6 แห่ง
สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ
- เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่มูลค่าอย่างยั่งยืน และเป็นรูปธรรม
- สร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่มูลค่าสินค้าเกษตร ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างเป็นธรรม
- พัฒนาศักยภาพเกษตรกร ในการประกอบอาชีพ สร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรในการดำเนินธุรกิจ ส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสินค้าเกษตร
- ได้รับการสนับสนุนเงินทุน ความรู้ เทคโนโลยี ตามนโยบายของธนาคารและรัฐบาล

