จากกรณีที่เมื่อวาน 22พ.ย.66 น้อยเขยหรือนายสมพงษ์ ชุ่มเพ็งพันธุ์ อายุ 76 ปี ยิงพี่เมียหรือนายอุทัย วัลลาราช อายุ 74 ปี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิบริเวณภายในซอยวัดชมพูเวชซอย 5 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 23 พ.ย.66 ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ทนายโชคชัย ชัยวานิชผล  เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน เพื่อมาเป็นทนายความให้กับ นายสมพงษ์ ชุ่มเพ็งพันธุ์ อายุ 76 ปี พร้อมกับลูกสาว ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีการโต้เถียงกันมาก่อน ซึ่งทางด้านนายสมพงษ์ฯ ได้แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งใจจ่อยิง เป็นการป้องกันตัวและปืนลั่นเอง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งเข้าห้องขัง

จากการสอบถามทนายโชคชัย กล่าวว่า  เจ้าตัวปฏิเสธ แต่ว่ายอมรับว่าโมโห เพราะมีการด่ากันก่อน ฝ่ายคนตายได้ด่าเขาก่อน ด่าด้วยคำหยาบคาย ผู้ก่อเหตุจึงเดินเข้าไปตบหน้าเมียคนตาย หลังจากนั้นได้เข้าไปคุยกับคนตายแต่ไม่ได้ตั้งใจยิงเพราะปืนมีแค่นัดเดียว เป็นปืนอีโบ๊ะ ผู้ก่อเหตุเอาปืนมาจากคนงานเมื่อ30ปีที่แล้ว และไม่เคยใช้แม้แต่ครั้งเดียว ส่วนเรื่องสาเหตุก็มาจากเรื่องของการทาสีบ้าน จริงๆแล้วรั้วบ้านเป็นของผู้ก่อเหตุ ซึ่งรั้วบ้านมีที่กั้นอะไรชัดเจนหมด แต่ว่าไม่ยอมตกลงคุยกันว่าอณาเขตนี้เป็นของใคร ซึ่งที่มีปัญหาเป็นพื้นที่ล้ำมาประมาณ 30-40 ซม. แต่มีการทาทับสีกัน ส่วนบ้านหลังที่ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่เป็นบ้านเก่าของผู้ต้องหาที่ขายต่อไป ซึ่งตอนเกิดเหตุเมียของผู้เสียชีวิตด่าไม่ยอมหยุด ทั้งที่ผู้ต้องหาบอกแล้วว่ามีปืน แต่ก็ไม่หยุดและเรียกผู้เสียชีวิตกับมาเคลียร์ที่บ้าน ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น แต่ตอนที่หยิบปืนขึ้นมาเหมือนมีการชักแย่งกันแล้วเกิดปืนลั่นขึ้น เพราะผู้ก่อเหตุยิงปืนไม่เป็น และปืนก็พึ่งเคยใช้เป็นครั้งแรก และไม่ได้ตั้งใจยิง ถ้าตั้งใจยิงจะต้องใช้มือเดียวถือและจ่อไปที่ตัว แต่ผู้ก่อเหตุได้ถือปืน2มือเพราะยิงไม่เป็น และทั้งสองเป็นญาติกันมีเรื่องขึ้นมาทางผู้ก่อเหตุเป็นคนอภัยให้ตลอด วันนี้มาหาตัวผุ้ก่อเหตุสภาพจิตใจยังปกติ แต่เขาพูดอะไรไม่ค่อยได้ เพราะเขาเป็นมะเร็งกล่องเสียง พึ่งผ่าตัดมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ตัวของผู้ก่อเหตุเขารู้เรื่องทางด้านกฏหมายตอนนี้ก็ต้องรอไปตัดสินที่ชั้นศาล เพราะเขาก็เสียใจเช่นเดียวกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ฉัตรมงคล I นนทบุรี