หมูู่ที่ 3 วัดดงขุย บ.ดงขุน ต.หนองกระเจา อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ นายไพรฑูรย์ อินทร์นาง สจ. ในพื้นที่ และ พระครูนิปุณพุทธิญาณ ทองชุ่ม เจ้าอาวาส วัดดงขุย กำนันผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วย และนายเจริญ รักคำมี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 และชาวบ้าน ดงขุน ร่วมด้วยช่วยกันจัดงานประเพณี กำฟ้า ของคนไทย พวง หรือ งานบุญข้าวหลามที่มีมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย รุ่นลูกรุ่นหลาน
นายสุพัฒน์ กันสุข นายกองค์การบริหารส่วนตําบล หนองกระเจา ได้ให้ความสำคัญ และในงานนี้ได้เป็นเกียรติ ว่าที่ร้อยโท อุทิศคงรอด นายอำเภอชุมแสงได้มาเป็นประธานเปิดงาน กำฟ้า และกับชาวบ้านดงขุยไทยพวง ได้จัดเด็กๆนักเรียนมารำไทยพวงต่อหน้านายอำเภอ ทุกปี ชาวบ้านแต่ละหลังจะช่วยกันเาข้าวหลาม มาทำบุญที่วัด
โดยเชื่อกันว่า เพราะชาวบ้านไทยพวนมีอาชีพทำนาจึงมีวิถีชีวิตผูกพันกับฟ้าไม่กล้าทำให้ฟ้าพิโรธเพราะกลัวฟ้าฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาลหรือฟ้าจะพาคนตายเพื่อผีฟ้าเทวดามีความพึงพอใจจำเป็นการแสดงความขอบคุณผีฟ้าที่ประทานฝนให้ตกถูกต้องตามฤดูกาล ซึ่งหมายถึงความชุ่มชื้นความอุดมสมบูรณ์ความมีชีวิตของคนสัตว์และพืชต่างๆจึงเกิดเป็นประเพณีกำฟ้าขึ้นแต่เดิมวันกำฟ้าถือวัน กำหนดเอาวันที่ผู้ได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งแรกในเดือนสามเป็นวันเริ่มพิธีกรรมฟ้าเพราะถือกันว่าเป็นวันที่เปิดประตูน้ำ
แต่การยึดถือในวันดังกล่าวมักมีข้อผิดพลาดเกิดการโต้แย้งกันเนื่องจากบางคนไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องต่อมาได้กำหนดวันขึ้นสองค่ำเดือนสามเป็นวันเตรียมงานวันขึ้นสามค่ำเดือนสามเป็นวันกำฟ้าสัตว์เลี้ยงที่เคยใช้งานก็จะให้หยุดการทำงานในวันนี้ถ้าใครทำงานชาวไทยพวนเชื่อว่าอาจจะเกิด วิบัติต่างๆฟ้าจะลงโทษโดยถูกฟ้าผ่าห้ามไม่ให้พูดคำหยาบคายในช่วงวันกำฟ้าผู้สูงอายุในครอบครัวจะคอยฟังฟ้าร้องเพื่อพยากรณ์ความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพในหมู่บ้าน
โดยมีคำทำนายดังนี้ ฟ้าร้องหมายถึงการเปิดประตูน้ำ
- ฟ้าร้องทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือทำนายว่าฝนจะตกดีทำนายจะได้เข้าดี
- ฟ้าร้องทางทิศใต้ทำนายว่าฝนจะแล้งข้าวกล้าในนาจะเสียหายชาวบ้านจะอดเกลือ
- ฟ้าร้องทางทิศตะวันตกทำนายว่าฝนจะน้อยเกิดความแห้งแล้งทำนาไม่ค่อยได้ผลนาในที่ลุ่มดี นาในที่ดอนจะเสียหายข้าวยากหมากแพงชาวบ้านจะเดือดร้อนเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทลบปลาฆ่าฟัน
- ฟ้าร้องทางทิศตะวันออกทำนายว่าชาวบ้านจะอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขไม่มีลบฆ่าฟันกันไม่มีโจทำร้าย
ในคืนที่ได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งแรกในเดือนสามก่อนที่จะเข้านอนเจ้าของบ้านจะร้องบอกแก่สัตว์เลี้ยงของตนให้รู้ตัวและสงบเสงี่ยมงัวควายเอ๋ยกรรมฟ้าหนออย่าได้ปึกกะทึกคึกโครมแต่บัดนี้ไปจนหึ่งถึงรุ่งสว่าง ตะแงตะวันพระอาทิตย์จึงมนต์พ้นหนอ
ประเพณีกำฟ้าของชาวบ้านไทยพวนตามประเพณีนั้นวัตถุดิบตรงกับวันขึ้นสองค่ำเดือนสามสมาชิกในครัวเรือนจะช่วยกันทำข้าวปุ้นข้าวจี่ข้าวหลามข้าวหลามที่ใช้ในพิธีบายศรีสู่ขวัญเรียกว่าข้าวหลามทิพย์เข้าจี่ข้าวเหนียวปั้นยัดใส้หวาน ไส้เค็มชุบไข่แล้วปิ้งไฟจนแห้งเกรียมเพื่อนำไปเซ่นไหว้ผีฟ้าจะมีการสร้างปรัมสำหรับทำพิธีไหว้ในตอนเย็นจะมีนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์เย็นผู้อาวุโสของหมู่บ้านจะประกอบพิธีบายศรีอัญเชิญเทพเทวดาฟ้าดินและผีฟ้ามารับเครื่องสังเวยและมีการรำขอพรจากนั้นจะแยกย้ายกันกลับบ้านผู้เฒ่าผู้แก่จะเอาไม้ไปเคาะที่เตาไฟกล่าวคำขอให้ผีฟ้าผีบ้านผีเรือนมาปกปักรักษาคุ้มครองให้อยู่ดีกินดีมีข้าวปลาอาหารบริบูรณ์
วันขึ้นสามค่ำเดือน สามจะไปทำบุญที่วัดตอนเช้าตอนบ่ายถึงกลางกลางคืนจะมีการละเล่นพื้นบ้านเช่นเตะหมาเบี้ย ต่อไก่ คร่อมเสา ไม้อืด ช่วงชัย มอญ ซ่อนผ้า บางครั้งการละเล่นซึ่ง ลำพวน นางด้ง นางกวัก นางสาก นางช้าง และลิงลม ซึ่งถือเป็นการทรงเจ้าเข้าผีดงหลังจากนั้นวันกำฟ้าหนึ่งสัปดาห์จะไปทำบุญที่วัดอีกครั้งหลังจากนั้นจะนำดุลเฟิร์นที่ติดไฟหนึ่งรุ่นไปทิ้งตามแม่น้ำลำคลองให้ไหลไปตามสายน้ำเรียกว่าการเสียแล้ง เป็นการบูชารำลึกเทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆและเป็นการบอกกล่าว

