ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอภูสิงห์ ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ เพื่อกำกับดูแลและประสานงานในการแก้ปัญหาที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จึงได้เชิญคณะทำงานจากส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมประชุมเพื่อ พิจารณาถึงแนวทางของการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการละเมิดข้อตกลง MOU และประเด็นเรื่องรถรับจ้างแท็กซี่กัมพูชาที่รับผู้โดยสารชาวกัมพูชาเข้าประเทศไทยส่งผลให้ผู้ประกอบการรถรับจ้างฝั่งไทยสูญเสียโอกาส
นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายประเด็นปัญหาที่คณะทำงานที่เข้าร่วมประชุมในครั้ง นี้ได้นำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุม โดยเฉพาะการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวชายแดนแถบจุดป่านแดนถาวรช่องสะงำ พบว่ามีการลักลอบตัดไม้มะค่าโมงขนาดใหญ่ ของกลุ่มมอดไม้ไม่ทราบฝ่ายบริเวณป่าด้านทิศตะวันออกจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ส่วนเรื่องรถรับจ้างแท๊กซี่ของกัมพูชาและรถรับจ้างฝั่งไทยซึ่งกำลังเป็นประเด็นปัญหา โดยจากสถิติรถเข้า จากกัมพูชาที่วิ่งข้ามจุดผ่านแดนเข้าประเทศไทยลดลงชนิดไม่เคยพบมาก่อนส่วนการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนการนำเข้า-ส่งออกสินค้าจากปี 2562 ถึงปัจจุบันปี 2567 พบว่ามีแนวโน้มดีขึ้น
ขณะที่นายอำเภอภูสิงห์ สรุปว่า การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดผ่านแดนแห่งนี้บางปัญหาที่ยังไม่ตกผลึกจะต้องมีการพูดคุยกันภายใต้กรอบของกฎหมายโดยเฉพาะกรณีรถแท็กซี่รับจ้าง จะต้องหาวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนสองประเทศ

อิสรชล : วสันต์ I ศรีสะเกษ
