สถานการณ์น้ำแรกที่หลากมาจาก จ.พะเยา เข้าสู่ จ.แพร่ แล้วผ่านจุดพีคสูงสุดที่ จ.สุโขทัย มาแล้ววานนี้ ทำให้วันนี้ น้ำมาอยู่ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ในแม่น้ำยมสายเก่า และแม่น้ำยมสายหลัก จ.พิษณุโลก ได้ใช้ 5 มาตราการเร่งด่วน ในการรับมือ เช่น เร่งระบายน้ำ เร่งป้องกัน เร่งเก็บเกี่ยว เร่งรับน้ำเข้าทุ่งหน่วงน้ำในทุ่งโครงการบางระกำโมเดลซึ่งผันออกทางธรรมชาติ และประตูระบายน้ำต่าง ๆ

วันนี้น้ำเข้าไปอยู่แล้ว กว่า 15 เปอร์เซ็นต์ หรือปริมาณน้ำ 60 ล้านลูกบากศ์เมตร โดยในพื้นที่เป็นพื้นที่ทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตหมดนานแล้ว และบ้านเรือนประชาชน โดยทางจังหวัดจะเข้าดูแลประชาชนในทุ่งอย่างดี เพราะถือว่าเป็นผู้เสียสละ อีกอย่างหนึ่งคือการ เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน ผ่านเครือข่าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และอื่น ๆ

ปัจุบันปริมาณน้ำสูงสุด ได้เข้าสู่พื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.เมือง และ อ.บางระกำ แล้ว มีการเร่งระบายน้ำแม่น้ำยมสายเก่า ออกทาง ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก และเพิ่มศักยภาพ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งการระบาย  และยังได้พร่องน้ำแม่น้ำยมสายหลักนี้ ลงสู่แม่น้ำน่านอย่างต่อเนื่องออกทางคลอง DR-2.8  ปัจจุบันระบายได้ดี

เนื่องด้วยระดับแม่น้ำน่านต่ำ เพราะมีการลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ลง แล้วยังระบายน้ำจากแม่น้ำยมสายเก่า ลงแม่น้ำน่าน ออกทางคลอง DR-15.8 ทาง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ อีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันระบายได้ดี และเพิ่มศักยภาพ โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 4 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำ ในขณะที่แม่น้ำยมยังสูงขึ้นเล็กน้อย ชาว อ.สามง่าม จ.พิจิตร ก็คอยระวังน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

ทั้งนี้ก็ยังปรากฏว่ามีประชาชนริมฝั่งแม่น้ำยม ถูกน้ำท่วมสูง เช่น ชาวบ้านหมู่ 12 บ้านคลองเมม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ได้ขนย้ายข้าวของ สัตว์เลี้ยงมาอยู่ในเต้นท์ชั่วคราว ที่ทาง กำนัน และ อบต.จัดไว้ให้บนที่สูง เพราะมีน้ำไหลเข้าบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องอยู่แบบนี้ไปจนกว่าน้ำจะลด คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 เดือน