ณ ลานหน้าพระอนุสาวรีย์ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี พลตรี ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 เป็นประธานพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2567 และการสวนสนามของทหาร มีจำนวน 5 กองพัน เข้าประจำหน้าปะรำพิธี มี พันเอก ชูชาติ นนทบุตร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 13 เป็นผู้บังคับกองผสม ซึ่งกองพันสวนสนามจำนวน 5 กองพัน ประกอบด้วย กองพันสวนสนามที่ 1 จัดจาก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 กองพันสวนสนามที่ 2 จัดจาก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 กองพันสวนสนามที่ 3 จัดจาก กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 กองพันสวนสนามที่ 4 จัดจาก กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 และ มณฑลทหารบกที่ 24 กองพันสวนสนามที่ 5 จัดจาก กองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 23

ในการนี้มี นาย ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้นในศาลจังหวัดอุดรธานี ,ผู้บังคับการกองบิน 23 , รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี, หัวหน้าส่วนราชการ, สมาคมแม่บ้านทหารในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี, กำลังพล และครอบครัว ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยสื่อมวลชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ

สำหรับการกระทำสัตย์ปฏิญาณตน ต่อธงชัยเฉลิมพล ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งของทหาร โดยเฉพาะสำหรับทหารใหม่ และกำลังพล ที่ยังไม่เคยร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล การกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เป็นการประกาศตนให้ผู้บังคับบัญชา และประชาชนได้ทราบโดยทั่วกันว่า ทหารพร้อมจะเสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อปกป้องรักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  และผืนแผ่นดินไทยไว้ให้กับลูกหลานไทย  และทหารที่ได้กระทำพิธีปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลแล้ว จึงจะถือว่าเป็นทหารที่สมบูรณ์

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงมวยไทย จาก มณฑลทหารบกที่ 24 ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ที่จะทำมวยไทยให้เป็นกีฬาประจำชาติไทย และเป็นมรดกของชาติ เป็น soft power ที่เผยแพร่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและกีฬามวยไทยให้เป็นที่รู้จักระดับโลก และการแสดงทางทหารประกอบดนตรี “ ราชวัลลภเริงระบำ ” (Hop to the Bodies Slams)  จาก กรมทหารราบที่ 13 เป็นการปฏิบัติท่าฝึกทางทหารประกอบเข้ากับจังหวะของดนตรี ผ่านการฝึกท่าต่างๆ  เพื่อให้มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จิตใจที่เข็มแข็ง มีความพร้อมเพรียง สง่า สวยงาม

“วันกองทัพไทย” เป็นวันที่คนไทยทุกคน จะได้มีโอกาสรำลึกถึงวีรกรรม และคุณงามความดีของนักรบไทยวีรกรรมของพระมหากษัตริย์ รวมทั้งบรรพบุรุษไทย และผู้กล้าของไทยในอดีต ซึ่งมีทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน รวมทั้งกองหนุนแห่งชาติ ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องรักษา ผืนแผ่นดินไทย ไว้ให้ดำรงคงความเป็นชาติ ที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี เป็นมรดกตกทอดมาสู่ประชาชนชาวไทยจนถึงทุกวันนี้ และเพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกคนได้ตระหนัก และยึดถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่ง ในการที่จะช่วยกันสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ ในอันที่จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง สถาบันชาติ ศาสนา  และพระมหากษัตริย์ ไว้ตราบชั่วกาลนาน