ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ค่ายประจักษ์ศิลปาคม มณฑลทหารบกที่ 24 อุดรธานี พลตรี ประเสริฐ์ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 /ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 24 เป็นประธานปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำ ในโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง”ประจำปี 2568 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่เป้าหมาย
ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูแล้งอย่างเป็นทางการปริมาณน้ำที่เก็บกักในอ่างน้ำ และเขื่อนหลักบางแห่งมีปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะเกิดสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน กองทัพบกได้เชิญหน่วยงานภาคีโดยนำศักยภาพของหน่วยงานได้แก่ กำลังพล ทรัพยากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆในการขนส่งน้ำอุปโภคบริโภค ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยแล้ง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่พื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารที่หน่วยงานอื่นไม่สามารถเข้าไปให้การช่วยเหลือได้
ผู้บัญชาการทหารบกได้มีดำริให้ทุกหน่วยดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้งได้ทันต่อสถานการณ์รวมถึงการประสานส่วนราชการในพื้นที่บูรณาการร่วมกันในการช่วยเหลือประชาชนตามโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง”
โดยโครงการเป็นการร่วมมือกันระหว่าง 4 หน่วยงานคือ กลุ่มบริษัทการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจำกัด(มหาชน) ให้การสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงภาชนะบรรจุน้ำและสนับสนุนงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายในโครงการฯ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการสนับสนุนจุดจ่ายน้ำบาดาลการประปาส่วนภูมิภาคสนับสนุนจุดจ่ายน้ำประปา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้การสนับสนุนโดยยกเว้นค่ากระแสไฟฟ้า ณ จุดจ่ายน้ำ ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และการประปาส่วนภูมิภาค กองทัพบกจัดรถน้ำพร้อมกำลังพลไปรับน้ำจากจุดจ่ายน้ำของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและการประปาส่วนภูมิภาคไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่เป้าหมาย
พลตรี ประเสริฐ์ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 กล่าวให้โอวาทว่า ตามที่กองกิจการพลเรือน ได้กล่าวรายงานถึงความห่วงใยของ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทา สาธารณภัยกองทัพบก ที่มีความห่วงใยในความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน กองทัพบก ได้เตรียมความพร้อมตามแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยโดยบูรณาการร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ มณฑลทหารบกที่ 24 ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อม รองรับสถานการณ์ภัยแล้งและวาตภัย โดยเน้นการบูรณากับส่วนราชการทุกภาคส่วน จากการตรวจความพร้อมในวันนี้ทำให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนมีความพร้อม สามารถให้การช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและเป็นรูปธรรม

