ที่ห้องอุดรธานีฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดร นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการประจำปี 2568 จังหวัดอุดรธานี
โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายกองเอกสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ที่ปรึกษาฯ นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม นางเทียบจุฑา ขาวขำ นายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายศราวุธ เพชรพนมพร นายก อบจ.อุดรธานี และคณะหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ
นายภูมิธรรมฯ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำให้คณะตรวจเลือกฯดำเนินการด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้ พร้อมทั้งได้พูดคุยให้กำลังใจน้องๆ ทหารกองเกิน ที่มาเข้ารับการตรวจเลือกฯอย่างเป็นกันเอง รวมทั้งได้มอบใบ สด.43 ให้กับน้องๆ ทหารกองเกิน ที่ร้องขอเข้ารับราชการทหาร
สำหรับภาพรวมวันที่ 1 ถึง วันที่ 5 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มียอดทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกฯ ไปแล้ว 3,728 นาย มียอดเรียกเกณฑ์ 946 นาย ในจำนวนนี้มีทหารกองเกิน ที่สมัครใจร้องขอฯ เข้ารับราชการทหาร 308 นาย คิดเป็น 32.56% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 และสอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญของกระทรวงกลาโหม ที่ว่า “เปลี่ยนผ่านการตรวจเลือกทหารกองประจำการ (พลทหาร) ไปสู่การสมัครใจ”
จากนั้น ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ตำบลโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานของหน่วยกำลังป้องกันชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และงานตามนโยบายของรัฐบาล ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย
โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, พลตรี ฐนิตพัฒน์ อุทะนุตนันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย, พลตรี ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยในอัตรา, หน่วยสนับสนุนโดยตรง และหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมรับการตรวจเยี่ยม
กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้บรรยายสรุปภารกิจและผลการปฏิบัติงานของหน่วยกำลังป้องกันชายแดน และงานนโยบายของรัฐบาลในพื้นที่รับผิดชอบ สถานการณ์ด้านการข่าวและแนวโน้ม, ภารกิจ การจัดและการปฏิบัติงาน ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย ซึ่งกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มีภารกิจรักษาความมั่นคงชายแดนไทย – ลาว 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม และ จังหวัดมุกดาหาร
กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามมาตรการ Seal Stop Safe ของรัฐบาลโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัด 23 อำเภอ ด้วยการจัดกำลังสกัดกั้น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าดำเนินการยับยั้ง และสกัดกั้นไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เข้ามาในประเทศ
รวมทั้งปราบปรามทำลายโครงสร้างเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด และวงจรทางการเงินของกลุ่มนักค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนในพื้นที่เป้าหมาย และพื้นที่ใกล้เคียง ผลการปฏิบัติตามแผนการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” นำไปสู่การจับกุมการกระทำผิด ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จนถึงปัจจุบัน (ห้วง 1 ก.พ. – 6 เม.ย. 68) จำนวน 208 ครั้ง ผู้ต้องหา 247 ราย ของกลาง ยาบ้า 19,483,905 เม็ด และ ไอซ์ 1,661.136 กิโลกรัม และมีสถิติการจับกุมในพื้นที่ชายแดน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 67 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 551 ครั้ง, ผู้กระทำผิด 649 ราย ของกลางยาบ้า 68,463,975 เม็ด และไอซ์ 3,082.82กิโลกรัม
ซึ่ง นายภูมิธรรมฯ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยมุ่งเน้นการปฏิบัติการรวบรวมข้อมูลข่าวสาร เพิ่มความเข้มข้นและวงรอบการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติ ณ จุดตรวจตามเส้นทางที่ล่อแหลมต่อการลักลอบ นำเข้า – ส่งออก บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน
ช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงภัยจากยาเสพติด ปลูกฝังอบรมให้ลูกหลานเยาวชนห่างไกลยาเสพติด สร้างเครือข่ายกับประชาชนในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสร่วมกับเจ้าหน้าที่ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนตามแนวชายแดน
ขณะเดียวกันก็ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น กำชับไม่ให้กำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรือรับสินบน อันจะนำความเสื่อมเสียมาสู่กองทัพโดยเด็ดขาด และช่วยกันดูแลสิทธิสวัสดิการต่างๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพล ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และมุ่งมั่น เพื่อประเทศชาติ และประชาชน
อีกทั้งการช่วยเหลือประชาชน ให้ใช้ทรัพยากรของหน่วยเข้าช่วยเหลือ อย่างเต็มขีดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นภัยหนาว ภัยแล้ง น้ำท่วม อัคคีภัย หรืออื่นๆ ให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงช่วยกันพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

