แม่ชีทองสุข จันทร์แย้ม อายุ 87 ปี บวชจำวัดอยู่ที่วัดพิกุลเงิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยนางสุนิสา นนทรี อายุ 53 ปี ลูกสาว เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ เพื่อให้ช่วยติดตามโชเฟอร์แท็กซี่ที่รับตนเองทั้งสองคนจากป้ายรถเมล์เขต สภ.บางบัวทอง มาส่งปั๊ม ปตท. ในพื้นที่ สภ.บางใหญ่ แล้วลืมตะกร้าไว้บริเวณหลังรถแท็กซี่ ซึ่งมีเงินสด 15,000 บาทอยู่ใต้ตะกร้าสีขาว มียาดม 2 หลอด สมุดหนังสือ 1 เล่ม มีด 1 เล่ม แว่นตา 2 อันวางทับไว้ ถ้าไม่ได้สังเกตหรือหยิบสิ่งของเหล่านี้ขึ้นมาก็จะไม่เห็นเงินสดที่วางทับไว้เลย

แม่ชีทองสุขกับลูกสาวร่วมกันเปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายๆ ลูกสาวได้มารับตนที่วัดพิกุลเงิน เขตบางใหญ่ เพื่อไปทำธุระย่านบางบัวทอง หลังเสร็จจากธุรกิจส่วนตัวแล้ว ลูกสาวได้เรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่ปั๊ม ปตท.ในเขตบางใหญ่ ซึ่งลูกสาวได้จอดรถ จยย.ไว้ โดยตนเองนั่งข้างหน้า ส่วนลูกสาวนั่งข้างหลังพร้อมด้วยตะกร้าของตนเองที่มีเงินสดดังกล่าว

ปรากฏว่าลูกสาวและตนเองได้รีบลงจากรถ จึงลืมตะกร้าไว้บริเวณเบาะหลังแท็กซี่ โดยคนขับแท็กซี่ซึ่งอายุประมาณ 50-60 ปีได้ออกรถไป ลูกสาวนึกขึ้นได้จึงรีบขี่ จยย. ไล่กวดรถแท็กซี่ออกไปทางด้านหน้าวัดสวนแก้ว แต่ไม่ทันและไม่พบรถแท็กซี่คันดังกล่าวแล้ว ตนอยากวิงวอนให้คนขับแท็กซี่นำตะกร้าและสิ่งของรวมทั้งเงินสดที่วางอยู่ใต้ตะกร้ามาคืนให้กับตนเอง เนื่องจากเป็นเงินที่ตนเก็บหอมรอมริบไว้หลายปี และขอความเห็นใจจากคนขับแท็กซี่ดังกล่าวช่วยนำส่งคืนด้วย แม่ชีทองสุขกล่าวด้วยเสียงเศร้า

ต่อมาทาง พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก. สภ.บางใหญ่ ทราบเรื่องได้สอบถามเรื่องราวจากแม่ชีทองสุข พร้อมสั่งให้ชุดสืบสวนจำนวน 2 นาย พร้อมด้วยแม่ชีและลูกสาวขึ้นรถสายตรวจไปยังปั๊ม ปตท.ที่เกิดเหตุ เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดว่าแท็กซี่สีอะไรและเลขทะเบียนอะไร แต่ปรากฏว่าผู้จัดการปั๊มไม่อยู่ จึงไม่สามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้ เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อประสานไปยัง น.ส.กาญจนา เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีนครบางบัวทอง เพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนกระทั่งทราบหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่และสีรถ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าของอู่รถแท็กซี่จนกระทั่งทราบตัวผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ 28 เมษายน 68 เวลา 15.30 น. ที่ สภ.บางใหญ่ นายภาสกร สุทธิโรจน์ อายุ 66 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่สีเหลือง ของสหกรณ์แท็กซี่หมอชิต จำกัด ได้ขับรถแท็กซี่ทะเบียน ทห-9483 กรุงเทพ ติดต่อประสานมายัง พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก. สภ.บางใหญ่ พร้อมนำตะกร้าสีขาว ซึ่งภายในมีทรัพย์สินเงินสด 15,000 บาทใส่ไว้ในซองพลาสติกอยู่ด้านล่างของตะกร้าโดยมียาดม มีดทำครัว สมุดธนาคาร และแว่นตาวางทับไว้ตามปกติโดยไม่ได้แตะต้อง

จากนั้นได้มีการลงบันทึกประจำวันถอนแจ้งความ ก่อนที่นายภาสกรจะส่งทรัพย์สินทั้งหมดในตะกร้าของแม่ชีคืนให้กับแม่ชีทองสุข ท่ามกลางความดีใจของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งลูกเขยลูกสาวของแม่ชีที่เดินทางมาร่วมรับมอบทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งแม่ชีทองสุขเองกล่าวสั้นๆ ว่า ดีใจมากที่ได้ทรัพย์สินและเงินทองทั้งหมดคืน เพราะตั้งใจเก็บไว้ทำบุญด้วย ขอบคุณโชเฟอร์แท็กซี่ที่นำทรัพย์สินมาคืน ขอให้เจริญๆ สาธุๆ ในการกระทำครั้งนี้

ขณะที่นายภาสกร โชเฟอร์แท็กซี่รายนี้ เปิดเผยว่า หลังจากลูกสาวและแม่ชีลงจากรถตนก็ขับรับผู้โดยสารตามปกติ โดยไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งมีผู้โดยสารขึ้นมานั่งหลังรถและบอกว่ามีตะกร้าของใครไม่รู้วางอยู่ ตนจึงเอามาวางไว้ด้านหน้าเบาะซ้ายคนขับ จนกระทั่งออกเวรส่งแท็กซี่กลับอู่และเดินทางกลับบ้านตามปกติ พร้อมนำตะกร้าสีขาวของผู้โดยสารที่ลืมไว้เก็บไว้ที่บ้าน โดยที่ตะกร้าใบนั้นมีเพียงยาดม มีดทำครัวเล่มเล็กๆ เอกสาร และต้นหอมวางทับอยู่ ตนจึงหยิบต้นหอมโยนทิ้งไป เนื่องจากกลัวว่าจะมีกลิ่นฉุนในรถหากผู้โดยสารรายต่อไปขึ้นมานั่ง

ตนไม่ได้เอะใจหรือสงสัยอะไรเลย มาทราบข่าวอีกทีว่าตะกร้าสีขาวใบนี้มีเงินสดจำนวนมากของแม่ชีอยู่ ตนตกใจมาก จนกระทั่งทางเจ้าของอู่รถแท็กซี่ประสานมาว่าผู้โดยสารลืมสิ่งของในรถและแจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่ ตนจึงรีบเดินทางนำตะกร้าสีขาวดังกล่าวมาส่งคืนให้กับแม่ชี ส่วนตัวแล้วดีใจมากที่เจอเจ้าของทรัพย์สิน ตนไม่รู้จะติดต่อเจ้าของอย่างไรเพราะไม่มีเบอร์โทรศัพท์ในกระเป๋าเลย ที่ผ่านมาตนเคยเก็บโทรศัพท์มือถือผู้โดยสารมานับครั้งไม่ถ้วน โดยแต่ละรายเมื่อติดต่อกลับมา ตนจะนำไปคืนทุกครั้ง

สำหรับเคสของแม่ชี ตนดีใจและมองว่าเงินจำนวน 15,000 บาทเป็นเงินไม่น้อยสำหรับแม่ชีที่อายุมาก ก็ดีใจที่ได้ส่งมอบทรัพย์สินคืน เพราะไม่ได้ตั้งใจเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว อีกทั้งไม่รู้อีกเลยว่ามีเงินอยู่ใต้ตะกร้าใบนี้

ฉัตรมงคล I นนทบุรี