นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานเดินหน้ายกระดับปลาช่อนแม่ลา GI สู่อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูงณ ห้างสรรพสินค้าไชยแสง ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสิงห์บุรี จัดกิจกรรมแสดงนวัตกรรมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปลาช่อนแม่ลา และจำหน่ายสินค้า GI จังหวัดสิงห์บุรี ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การ แปรรูป และช่องทางตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยตามแนว BCG Model โดยมี นางสาวรัชฎา เมธาวีกุลชัย อุตสาหกรรมจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการและผู้ประกอบการ ร่วมกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบจากปลาช่อนแม่ลา GI จำนวน 3 รายการ ได้แก่

  • ปลาช่อนแม่ลา GI พุดดิ้ง – โดย ป.แดน เกษตรฟาร์ม :ใช้เทคโนโลยีไฮโดรไลเซสจากเนื้อปลา ย่อยเป็นซุปโปรตีนเข้มข้น ผสมไข่ขาวออร์แกนิก กลายเป็นพุดดิ้งเนื้อเด้ง รสชาติดี เหมาะกับ คนรักสุขภาพ
  • ผงปลาช่อนแม่ลา GI โรยข้าว (Mae La Seasoning) โดยวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมการแปร รูปปลาแม่ลาอินทร์บุรีอรวรรณ แปรรูปเนื้อและกระดูกปลาช่อนให้กลายเป็นผงปรุงรส มี คุณค่าทางอาหารสูง พกพาสะดวก
  • ปลาช่อนแม่ลา GI แท่งกรอบ Crispy พร้อมน้ำจิ้ม โดยวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาตราชู พัฒนาจากปลาช่อนแดดเดียว เป็นขนมปลาทอดกรอบรูปแบบใหม่ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตร พิเศษ ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่

ทั้งนี้ภายในงานยังจัดกิจกรรม “ชิม ช้อป แช๊ะ” เพื่อสร้างสีสันและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่าง ใกล้ชิด ได้แก่: “ชม” นิทรรศการภายใต้แนวคิด “กิจกรรมยกระดับผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากสินค้าสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ (GI) สู่อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง)” “ชิม” ลิ้มลองผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากปลาช่อนแม่ลา GI ที่พัฒนาภายใต้โครงการ“ช้อป” เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากปลาช่อนแม่ลา GI และของดีจากผู้ประกอบการท้องถิ่น“แช๊ะ” ถ่ายภาพความประทับใจกับบูธจัดแสดงสุดสร้างสรรค์ และโมเดลปลาช่อนแม่ลาขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะช่วยเศรษฐกิจฐานรากสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไม่น้อย กว่าร้อยละ 10 และเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในระดับประเทศนำไปสู่การ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงและยั่งยืน

“ปลาช่อนแม่ลา GI” เป็นผลผลิตจากแหล่งน้ำธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำแม่ลา ซึ่งถือเป็นทรัพยากร ท้องถิ่นอันมีคุณค่าและมีความโดดเด่นด้านรสชาติ เนื้อแน่น ครีบสีชมพู และปลอดสารเคมีเจือปน การจัดงานในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมต่อยอดด้วยนวัตกรรม เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดมูลค่าสูง และผลักดันให้ GI ของไทยก้าวสู่การเป็น “Soft Power” บนเวทีโลกในอนาคต