ยโสธร : พายุไม่ผ่านน้ำชีส่อวิกฤติตื้นเขินหลายช่วงเขื่อนชรอการระบายน้ำ
สถานการณ์น้ำในลำชี หลังพาย คาจิกิ ไม่ผ่าน ทำให้มีปริมานน้ำชีลดลงจนน่าเป็นห่วง จะเห็นได้ว่าน้ำในลำชีช่วง ตอนเหนือของเขื่อน ยโสธร พนมไพร ตรงบุ่งน้อยบุ่งใหณ่ ใต้วัดศรีธรรมมาราม ได้ตื้นเขินมีเกราะหาดทรายโผล่เป็นระยะยาว 100-150 เมตร ช่วงบ้านกุดกงก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้เลี้ยงปลาในกระชังเริ่มได้รับผลกระทบ
และช่วงบ้านดอนกลาง ตำบลต้อเหนือ น้ำในลำยังช่วง บ้านใหม่ชุมพร ตำบลเดิด และน้ำชีช่วงตำบลสำราญ อำเภอเมือง ยโสธร ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะเกิดฝนทิ้งช่วงใน 1 เดือน ที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำตามลำห้วยลดลง เกษตรกรชาวนาได้รับผลกระทบจากการฝนทิ้งช่วง ในแต่ละแห่งก็เร่งสูบน้ำจากลำชี ห้วยหนอง ครองบึง ใส่นาข้าวตัวเองกันจารหวั่น
แต่พอมีข่าวว่าจะมีพายุ คาจิกิ เข้ามา แต่ก็ไม่พะดผ่านพื้นที่ของจังหวัดยโสธร หรือ จะมีตกลงมาบ้างเล็กน้อย ไม่ทำให้มีน้ำฝนไหลลงสู่ลำห้วยหนองแต่อย่างใด แต่มารอดูว่าพายลูกใหม่จะพัดผ่านยโสธร อีกหรือไม่ ชาวนาได้แต่วอนให้พายุลูกใหม่ ซึ่งได้มีการแจ้งเตือนจากทางจังหวัด
สำหรับน้ำในเขื่อน ยโสธร พนมไพร ลดลงจากเมื่อวาน 46 เซ็นติเมตร เซนติเมตร เหนือเขื่อนอยู่ที่ 22.29 ระดับน้ำทเลปานกลาง ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 120.30 ระดับน้ำทเลปานกลาง มีน้ำกักเก็บอยู่ 4.48 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 23.022 ของความจุเขื่อน มีปริมานน้ำฝนไหลผ่าน 262.437 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อ นาที หรือ 22.674 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีน้ำฝนสะสมอยู่เพียง 877 มิลิเมตรเท่านั้น
ในส่วนสภาพอ่กาศทั่วไปหลังพายุ คาจิกิ ผ่านไป ท้องฟ้าโปร่ง มีเมฆเป็นบางส่วน ลักษณะแบบนี้หากไม่มีพายุฝนเข้ามาอีก นาข้าวของเก๋ตรกรอยูตามที่ราบสูง ห่างเขตชลประทาน คาดจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอีก ส่วนพื้นที่นาข้าวอยู่ตามที่ราบลุ่ม อาจพอมีแหล่งน้ำสูบหรือว่าผันขึ้นไปใส่นาข้าวได้จนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว

