พิษณุโลก : จัดขบวนแห่กระทง และสืบสานประเพณีจองเปรียงแห่งศรัทธา ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ


ค่ำคืนของวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง ทางเทศบาลนครพิษณุโลก ได้จัดงานลอยกระทง จองเปรียงแห่งศรัทธา หมายถึงการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยไฟ ก่อนที่จะมีคำว่ากระทง ที่เริ่มเกิดขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี และได้สืบสานต่อมายังในสมัยกรุงศรีอยุธยา พิธีจองเปรียงได้เกิดขึ้นอีกครั้งในเมืองสองแคว ที่ท่าน้ำน่านพระราชวังจันทน์ เป็นการบูชาไฟ ชักโคมขึ้นบูชาองค์พระจุฬามณี และวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 จะทำพิธีลดชุดลอยโคม หรือชักโคมลงจากที่สูง แล้วนำโคมไปใส่ในกระทงดอกบัวจากนั้นนำไปลอยเหนือน้ำ เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นการส่งเสริม สืบทอด และรักษาประเพณีอันดีงามของไทยโบราณเราไว้ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก และภายในประเทศให้มากขึ้น

เป็นการร่วมกันอนุรักษ์สืบสาน นำเอาประเพณีจองเปรียงในอดีต มาเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดงาน โดยในช่วงเย็น ได้มีขบวนแห่ จองเปรียงแห่งศรัทธา เป็นกระทงใหญ่ ที่เริ่มต้นที่บริเวณถนนบรมไตรโลกนารถ เดินผ่านกลางเมืองพิษณุโลก ไปยังบริเวณริมแม่น้ำน่านหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ทั้งลานกระทงหน้าวิหารพระพุทธชินราช และการเล่นไฟสองริมฝั่งแม่น้ำน่าน ก่อนร่วมลอยกระทงที่ท่าวัด

มีการฉายภาพผ่านม่านน้ำ ถึงพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิตต์ พระบรมราชินินารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมยืนสงบนิ่ง 93 วินาทีถวายความอาลัย ก่อนที่ นาย บุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการ จ.พิษณุโลก จะนำอธิษฐานกระทง และนำประชาชนชาวพิษณุโลก ลอยกระทงลงในแม่น้ำน่าน ที่ปีนี้จัดได้อย่างเหมาะสมด้วยการเล่นไฟโบราณ เช่น ไฟโอ่ง ไฟกบ ไฟลูกหนู ไฟน้ำตก ตะไล พะเนียง ที่ไม่มีเสียงอึกกระทึก เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ ถวายแด่องค์พระพันปีหลวง นั่นเอง