นนทบุรี : เปิดใจหนุ่มขับบิ๊กไบค์เล่าวินาทีถูกทนายจ่อยิงบาดเจ็บ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด


Abstract / สรุป

นายบดินทร์ อายุ 36 ปี ผู้บาดเจ็บจากเหตุถูกยิงกลางถนนรัตนาธิเบศร์ เปิดใจเล่าว่าถูกคู่กรณีขับรถปาดและเบียดจนเกือบล้ม ก่อนลงมาโต้เถียงและถูกเล็งปืนยิงเข้าที่แขนซ้าย 1 นัด โดยยืนยันว่าไม่ได้ด่าทอหรือทำร้ายคู่กรณี มีเพียงมือเปล่าเท่านั้น ขณะที่แฟนสาว น.ส.สุดารัตน์ ยืนยันเห็นคู่กรณีถือปืนและผลักตนออก ก่อนยิงแฟนพร้อมพูดท้าทายว่า “ก็มันท้ากูเอง” และ “อย่ามาเก่งกับกู” หลังเหตุการณ์แฟนต้องเข้าผ่าตัด 4 ชั่วโมง ใส่เหล็กดามแขน ครอบครัวเผยมีทนายของคู่กรณีเสนอไกล่เกลี่ย 150,000 บาท แต่ปฏิเสธเพราะยังรักษาไม่เสร็จและกังวลความปลอดภัย ยืนยันจะดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยมีหลักฐานคลิปวิดีโอเป็นพยานสำคัญ


Key Takeaway / ประเด็นสำคัญ

  • ผู้บาดเจ็บยืนยันถูกเล็งยิง ไม่ได้ด่าทอหรือทำร้ายคู่กรณี
  • ครอบครัวปฏิเสธการไกล่เกลี่ย 150,000 บาท ต้องการดำเนินคดีถึงที่สุด
  • หลักฐานคลิปวิดีโอเป็นตัวช่วยสำคัญในการเรียกร้องความเป็นธรรม

จากกรณี นายณัฐชโนดม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี นายกสมาคมนักกฎหมายแห่งหนึ่ง ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยิงนายบดินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี บริเวณแขนซ้าย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านอะลูมิเนียม ใกล้เคียงสี่แยกบางพลู ถ.รัตนาธิเบศร์ (ฝั่งมุ่งหน้าแคราย) ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อนจะยืนรอมอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง พร้อมด้วย ของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายบดินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ผู้บาดเจ็บ ที่นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังไปส่งแฟนที่บ้านก่อนจะไปทำงาน ตนขับขี่รถอยู่ที่เลน 2 รถของคู่กรณีขับปาดมาจากเลนที่ 3 ตนได้บีบแตรใส่ แต่เขาก็บีบตอบกลับมา จนถึงแยกบางพลู คู่กรณีขับรถมาเบียดรถตนจนเกือบรถล้ม ตนจึงประคองรถและมีปากเสียงกับคู่กรณี แต่ก่อนจะจอดตนเห็นคู่กรณีชักปืนมาขึ้นลำและหันปืนมาทางตน ตนยืนยันว่าไม่ได้มีการด่าทอคู่กรณีด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่ถามเขาว่า “ทำไมถึงขับรถปาดหน้าตนมาแบบนี้” แต่เขาคิดว่าตนไปเตะรถของเขา ซึ่งตนไม่ได้เตะ ตอนที่มาจอดรถคุยกันคู่กรณีไม่ยอมจบจนตนเหนื่อยแล้ว ตนจะขับขี่รถหนีคู่กรณีก็ไม่ให้ไป และเล็งปืนมาที่แขนของตนแล้วยิง พร้อมพูดท้าทายตนตามคลิป ตอนนี้อยากได้รับความเป็นธรรมที่คู่กรณีให้ข่าวกับสื่อไป เพราะมันไม่เป็นความจริง ตนอยากให้เขามาดูแลและรับผิดชอบแบบที่พูด เพราะตนมองว่าคู่กรณีพยายามจะฆ่าตน โดยที่ตนไม่ได้มีอาวุธ ตนยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตนมีแค่มือเปล่า

ด้าน น.ส.สุดารัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) แฟนสาวของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนที่ตนหันไปเห็นคู่กรณีถือปืนอยู่ในรถ รู้สึกตกใจและตกอยู่ในอันตราย แต่แฟนตนคิดว่าเขาคงไม่กล้ายิงเพราะมันเป็นที่สาธารณะ คู่กรณีเดินลงมาจากรถ ตนจึงยืนคั่นกลางเพื่อห้ามก็ถูกคู่กรณีผลักออก ตนพยายามโทรติดต่อครอบครัว หันมาอีกทีแฟนตนถูกยิงไปแล้ว 1 นัด ตนจึงถามคู่กรณีว่า “ทำไมถึงยิง” ซึ่งคู่กรณีตอบกลับมาว่า “ก็มันท้ากูเอง” และพูดกับแฟนตนว่า “อย่ามาเก่งกับกู“ จากนั้นตนพยายามโทรเรียกรถพยาบาล โชคดีมีรถพยาบาลผ่านมาจึงเข้าช่วยเหลือ ซึ่งคู่กรณีไม่ได้หนีไปไหนแต่ก็ทำเหมือนทองไม่รู้ร้อน เดินไป-มา และขับรถไปนั่งรอบนฟุตบาท ตนรู้สึกคู่กรณีใจร้ายและเลือดเย็นมาก หากต้องการยิงขู่ ก็สามารถยิงลงพื้นได้ ไม่จำเป็นต้องยิงให้แฟนของตนบาดเจ็บ และตนมองว่าหากจะป้องกันตัว แค่คู่กรณีมีอาวุธปืนก็ไม่มีใครกล้ายุ่งแล้ว

ช่วงที่ตนพาแฟนมาโรงพยาบาลเพื่อเข้าห้องผ่าตัดที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงกระสุนฝังที่แขนด้านซ้าย ใช้เวลาผ่าตัด 4 ชั่วโมง และใส่เหล็กดาม คุณพ่อและพี่สาวของแฟนจึงเดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง คุณพ่อได้เล่าให้ฟังว่ามีทนายของคู่กรณีเข้ามาขอไกล่เกลี่ย จำนวนเงิน 150,000 บาท และขอจบแบบเบาๆ ซึ่งครอบครัวมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยเพราะการรักษามันยังไม่เสร็จสิ้น แฟนตนยังอยู่ในห้องผ่าตัด ต้องการให้เรื่องดำเนินไปตามกระบวนการและเอาเรื่องให้ถึงที่สุด สุดท้ายตนอยากขอบคุณทุกคนที่ให้การช่วยเหลือ และมีหลักฐานจากคลิปที่สามารถช่วยเหลือแฟนของตนให้ได้รับความเป็นธรรม


ภาพ / ข่าว :
ฉัตรมงคล จังหวัดนนทบุรี