นนทบุรี : ดร.ธนกฤต พร้อม พม. ลงพื้นที่ช่วยแม่ช้ำร่ำไห้ อดีตสามีเสพยาซ้อมโหด เอามีดตีหัว บีบคอถีบอก อุ้มลูก 3 ขวบหนี


Key Takeaway / ประเด็นสำคัญ

  • พม.และตำรวจไทรน้อยลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัว พร้อมตรวจพบสภาพความเป็นอยู่ยากลำบากของเด็ก
  • ผู้เสียหายถูกทำร้ายหลายครั้งและถูกอุ้มลูกวัย 3 ขวบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวเด็กกลับมา
  • ตำรวจออกหมายเรียกอดีตสามีในข้อหาชิงทรัพย์–ทำร้ายร่างกาย และอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นยาเสพติด

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไทรน้อย และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี (พมจ.นนทบุรี) ลงพื้นที่ภายในซอยวัดไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้การช่วยเหลือหญิงผู้เสียหาย หลังร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกอดีตสามี ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง และอุ้มลูกหนีกีดกันไม่ให้ผู้เป็นแม่ได้พบหน้า ภายหลังเลิกรากันไป โดยล่าสุดฝ่ายชายยังพยายามเข้ามาขอไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีฟ้องชู้

นางปุ้ย อายุ 44 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนคบหาและจดทะเบียนสมรสกับอดีตสามีมานานกว่า 7 ปี เนื่องจากในช่วงแรกฝ่ายชายเป็นคนขยัน ตั้งใจทำงาน หลังแต่งงานจึงย้ายมาอยู่ร่วมกัน โดยตนมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่ง และคอยให้การสนับสนุนฝ่ายชายมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการนำเงินไปลงทุนเปิดร้านอาหาร หรือทำธุรกิจใด ๆ ตนเป็นผู้ช่วยเหลือและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ทั้งสองมีลูกด้วยกัน 2 คน ช่วงแรกชีวิตครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่น กระทั่งช่วงปีที่ผ่านมา อดีตสามีเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มีอาการหวงโทรศัพท์มือถือผิดปกติ และวันหนึ่งลูกหยิบโทรศัพท์ของพ่อมาเล่น ทำให้ตนพบข้อความแชทในลักษณะเชิงชู้สาวกับหญิงคนหนึ่ง จึงเริ่มมีปากเสียงและทะเลาะกันอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาอดีตสามีเริ่มกลับบ้านไม่ตรงเวลา และหลายครั้งไม่สามารถติดต่อได้ เหตุการณ์รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายชายอ้างว่าจะออกไปตัดผม แต่ตนติดต่อไม่ได้จึงแอบตามไปดู กลับไม่พบตัว เมื่อกลับมาเคลียร์ปัญหากันที่บ้าน ตนกลับถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง โดยถูกกระโดดถีบเข้าที่หน้าอก กระชากศีรษะลากไปกับพื้นจนศีรษะกระแทกโต๊ะ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าลูกวัย 3 ขวบ ก่อนที่ฝ่ายชายจะเก็บเสื้อผ้าและย้ายออกจากบ้านไป

นางปุ้ย กล่าวอีกว่า ภายหลังทราบว่าอดีตสามีไปอาศัยอยู่กับหญิงอื่นในพื้นที่ย่านเมืองทองธานี ซึ่งหญิงคนดังกล่าวมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด และอดีตสามีก็ร่วมเสพยา ทำให้ตนต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ไม่มีรายได้ บางวันถึงขั้นต้องขออาหารจากเพื่อนบ้านประทังชีวิต และไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน

ต่อมาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อดีตสามีได้กลับมาขอร้องไม่ให้ตนดำเนินคดีฟ้องชู้ แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ผ่านมา ก่อนจะถูกทำร้ายร่างกายซ้ำอีกครั้ง โดยฝ่ายชายใช้มีดตบเข้าที่ศีรษะ และชกต่อยบริเวณใบหน้าและลำตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าลูก ก่อนที่ฝ่ายชายจะอุ้มลูกคนโตวัย 3 ขวบ หลบหนีไป จนถึงขณะนี้ผ่านมานานกว่า 10 วัน ยังไม่สามารถติดต่อหรือตามหาลูกได้ ทำให้รู้สึกเป็นห่วงและหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยของลูกเป็นอย่างมาก

นางปุ้ย กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีฟ้องชู้กับอดีตสามีอย่างถึงที่สุด และจะนำลูกกลับมาอยู่ในความดูแลของตนให้ได้ พร้อมขอโทษที่ทำให้หลายฝ่ายต้องเดือดร้อน ยืนยันไม่มีเจตนาทำให้ใครเสียหาย และยืนยันจะหย่าขาดกับอดีตสามี เนื่องจากไม่เพียงทำร้ายร่างกายตน แต่ยังทำร้ายจิตใจลูก ปล่อยให้ลูกอดอยาก ขาดการดูแล และมีพฤติกรรมนอกใจซ้ำซ้อน

ด้านนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านสื่อ จึงเร่งลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือทันที เนื่องจากเป็นกรณีความรุนแรงในครอบครัวซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ผู้เสียหายมีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด ได้แก่ อายุ 24 ปี อายุ 14 ปี อายุ 3 ขวบ และอายุ 1 ขวบ โดยลูกวัย 3 ขวบและ 1 ขวบ เป็นบุตรของสามีผู้ก่อเหตุ ขณะที่ผู้เสียหายมีสามี 2 คน สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ไม่มีไฟฟ้าใช้ ที่อยู่อาศัยไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะลูกคนเล็กวัยประมาณ 1 ขวบ ต้องกินนมข้นหวานแทนนมผง ส่วนผู้เป็นแม่ต้องกินน้ำข้าวประทังชีวิต สภาพแวดล้อมโดยรวมอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

นายกองตรี ธนกฤต ระบุว่า ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายเริ่มสงสัยว่าสามีมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และใช้ความรุนแรง จนเกิดเหตุทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ไทรน้อย แล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจังหวัด ตนจึงจะเร่งดำเนินการในส่วนนี้ให้ครบถ้วน

ภายหลังยังพบว่าผู้ก่อเหตุมีการแวะเวียนกลับมาในพื้นที่ และมีภรรยาเพิ่มอีกหนึ่งคน เมื่อผู้เสียหายทราบและติดต่อไปสอบถาม ฝ่ายชายเกิดความไม่พอใจและใช้ความรุนแรงด้วยการกระโดดถีบทำร้ายร่างกาย รวมถึงใช้มีดอีโต้ทำร้าย แต่ไม่ใช่ด้านคม

นายกองตรี ธนกฤต กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงสามารถดำเนินคดีฟ้องชู้ได้ ขณะนี้ได้ประสานไปยังสภาทนายความเพื่อช่วยดำเนินการทางกฎหมายแล้ว พร้อมเร่งติดตามตัวเด็กวัย 3 ขวบ ที่ถูกอดีตสามีนำตัวไป ส่วนลูกอีก 2 คน อายุ 14 ปี และ 1 ขวบ จะให้ พม.จังหวัดนนทบุรีดูแลชั่วคราวในบ้านพักเด็ก และจะดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไทรน้อย เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความได้ส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย และได้รับใบรับรองแพทย์เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกอดีตสามีผู้เสียหายในข้อหาชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกาย ส่วนประเด็นเกี่ยวกับยาเสพติด อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมตามขั้นตอนของกฎหมาย


ภาพ / ข่าว :
ฉัตรมงคล จังหวัดนนทบุรี