“ก่อนเกมอุ่นเครื่องกับ คูเวต และ จีน ในฟีฟ่า เดย์ เดือนมีนาคม
แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ หลังการประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดทำการแข่งขัน ฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน พบ ทีมชาติคูเวต และ ทีมชาติจีน
“การเลือกตัวในแคมป์ครั้งนี้ มีปัจจัยสำคัญหลายประการ อย่างแรก คือการพักนักกีฬาบางส่วนหลังการแข่งขันลีกที่มีมาอย่างยาวนานเพิ่งจบลงไป บ้างก็มีอาการล้าทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ บางส่วนมีอาการบาดเจ็บรบกวน เราก็ใช้โอกาสนี้ให้เขาได้พักรักษาตัวให้เต็มที่ และเป็นการให้โอกาสสำหรับนักกีฬาคนอื่นๆ ได้แสดงผลงานและเป็นตัวเลือกในอนาคต โดยเฉพาะช่วงเอเชียน คัพ เพื่อให้มีปริมาณนักกีฬามากขึ้น นั่นคือเกณฑ์การเลือกในครั้งนี้”
“ในส่วนของตำแหน่งแบ็ค ที่เลือกมาทั้งหมด 3 คน เรามีเป้าหมาย เพื่อเติมตัวเลือกในเกมรุกให้เยอะขึ้น อย่างต่อมาคือแบ็คซ้าย มีตัวเลือกที่จำกัดมาก และมีนักกีฬาบางคนต้องการพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่รบกวนสะสมมาตลอดทั้งฤดูกาล ก็คิดว่าเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลง และสิ่งสำคัญคือผมเชื่อมั่นว่าทั้งสามคน จะตอบโจทย์ในการเตรียมทีมรอบนี้ สิ่งสำคัญคืออยากพักนักกีฬาบางส่วนให้สดที่สุด เพื่อแคมป์ต่อไปในอนาคต”
“ต่อมาในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค อย่างในรายของ พีฬาวัช อรรคธรรม เขามีฟอร์มการเล่นที่ดีมากๆ กับการท่าเรือ เอฟซี ขณะที่ อดิศร พรหมรักษ์ แม้เวลาลงเล่นจะไม่เยอะมาก แต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนามให้กับ ราชบุรี ผมประทับใจคือเวลาที่เขาลงสนาม สิ่งที่อดิศร แสดงออกมา ทั้งสภาพจิตใจและทัศนคติ ผมเองไม่เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับเขา ก็เป็นโอกาสที่จะได้ร่วมงานกันในครั้งนี้”
“ตำแหน่งกองกลาง ก็อยากจะพูดถึงในรายของ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ได้โอกาสในครั้งนี้ ผมรู้สึกเสียดายที่ไมได้เรียกทั้งคู่มาในช่วงก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุผลต่างๆ มากมาย แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดี และทั้งคู่ก็เหมาะสมกับการได้รับโอกาส เพราะผมรู้ดีว่าทั้งสองคนมีคุณภาพ และความสามารถ และนี่คือโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมงานกัน”
“กองกลางตัวรุก ที่ถือว่าเป็นนักเตะรุ่นใหม่หลายคน ผมตื่นเต้นกับทุกคน ผมว่าเยาวชนเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือพลังงาน และความกระหายในการเล่นบวกกับแผนการเล่นที่เตรียมไว้ยามที่ไม่ได้ครองบอล คิดว่าทั้งหมดจะตอบโจทย์ และแต่ละคนก็มีฟอร์มการเล่นที่ดีมาก ทุกคนก็มีศักยภาพมากพอในการเล่นเกมรุกที่จะโจมตีหรือทำลายเกมรับของคู่ต่อสู้ได้เช่นกัน”
“ส่วน ธีรภัทร และ เอราวัณ เป็นหน้าที่ของผมในการทำความเข้าใจ ให้ทั้งสองคนเข้าใจวิธีการเล่น ว่าเราจะทำอะไร ผมจะพยายามทำเต็มที่ในทุกทาง เราคาดหวังจากฟอร์มการเล่นของทั้งสองคน ในรูปแบบการเล่นของเราในสนาม ทั้งยามครองบอลและไม่ได้ครองบอล รวมถึงเรื่องนอกสนาม นี่คือความรับผิดชอบหลักของผมที่จะต้องทำให้เขาเข้าใจเกมมากที่สุด”
“แนวรุก แน่นอน ธีรศิลป์ แดงดา ถือเป็นคนสำคัญ ผมพูดเสมอว่าในแคมป์จะต้องมีนักเตะระดับซีเนียร์ ที่ตั้งมาตรฐาน และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องและนักเตะหน้าใหม่ ในแคมป์ สองแคมป์ก่อนหน้านี้เราก็พยายามเรียก ธีรศิลป์ เข้ามา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ด้วยอาการบาดเจ็บรบกวน ครั้งนี้สิ่งสำคัญคือเขาจะเป็นตัวอย่างให้น้องทุกคนในเรื่องของความนิ่ง และบรรยากาศในการรับใช้ชาติ รวมถึงสิ่งที่เขาทำกับสโมสร และคุณภาพของธีรศิลป์ จะมายกระดับ และเป็นตัวอย่าง สร้างมาตรฐานให้กับนักเตะรุ่นน้องได้ ตัวผมไม่อยากโยนแรงกดดันให้ ธีรศิลป์ แต่ผมเชื่อว่าด้วยแคแรคเตอร์ตรงนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆในทีมได้”
“เป้าหมายในการอุ่นเครื่องทั้งสองเกม ตอนนี้ผมต้องโฟกัสไปที่เกมกับ คูเวต ก่อน เพราะเกมกับจีน มีรูปแบบก็ต้องเปลี่ยนไป สิ่งที่คาดหวังจากนักเตะคือความดุดันในการเล่นเกมรุก และความตื่นตัวในการเล่นเป็นทีม นี่คือสิ่งที่เราจะแสดงออกมาในเกมกับ คูเวต ที่ผมคาดหวังจากนักเตะทุกคน ส่วนจีน ก็ได้มีการเช็คข้อมูล และวิเคราะห์ จะมีแผนการเล่นที่แตกต่างออกไป ภาพรวมสำคัญที่สุดคือความดุดัน ความเข้มข้นในการเล่น ความกระหาย ในการที่จะลงเล่นสองเกมนี้”
“เรื่องการเตรียมทีม ผมก็อยากเตรียมทีมมากกว่านี้ แต่การได้เก็บตัวเร็วขึ้น 2 วัน ทำให้ทีมมีระยะเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น และมีความพร้อมมากขึ้น เราอยากทำให้นักกีฬาทุกคนที่มาในแคมป์นี้ประสบความสำเร็จ นั่นคือเหตุผลในการเตรียมทีมก่อน”
“สุดท้ายถึงแฟนบอล เราได้เตะเกมแรกในบ้านที่ ปทุมธานี สเตเดียม แน่นอนว่าแฟนบอลคือส่วนสำคัญอย่างมาก นักกีฬาทุกคนคาดหวังว่า แฟนบอลจะมาช่วยให้กำลังใจ สนับสนุนพวกเรา เพราะว่าแฟนบอลสำคัญกับเราอย่างมาก เราจะพยายามตอบแทนแฟนบอลที่มาเชียร์กันอย่างล้นหลาม ในเกมนัดแรกที่จะพบกับ คูเวต ที่ปทุมธานี สเตเดียม”
ทั้งนี้ นักกีฬาที่มีรายชื่อดังกล่าว จะเข้ามารายงานตัวที่ โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.00 น. และทำการฝึกซ้อมในช่วงเย็นที่ บีจี เทรนนิ่ง เซนเตอร์
สำหรับ โปรแกรมการแข่งขันอุ่นเครื่องของทีมชาติไทย ตามปฏิทินฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน 2569 มีทั้งหมด 2 นัดดังนี้ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 19.30 น. พบกับ คูเวต อันดับ 134 ของโลก ณ ปทุมธานี สตเดียม และออกไปเยือน จีน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ หวงหลง สปอร์ตส์ เซนเตอร์ ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี และ ทางออนไลน์ ที่เดียวเท่านั้น ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32, เว็บไซต์ www.thairath.co.th/tv/live, Facebook : ไทยรัฐสปอร์ต www.facebook.com/ThairathSport และ YouTube : ไทยรัฐสปอร์ต https://www.youtube.com/@ThairathSport
#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทย #FIFADay #internationalAmatch #Thailand
