พิษณุโลก : สองเกษียณครู–ปลัด อบต. พลิกชีวิตสู่เกษตรกรเต็มตัว เปิดสวนอินทผลัม 10 ไร่ “พิษณุ อินทผาลัม ฟาร์ม” ผลผลิตดก–หวานกรอบ นักท่องเที่ยวแห่จองคึกคัก


Key Takeaways / ประเด็นสำคัญ

  • สองเกษียณครู–ปลัด อบต. ปลูกอินทผลัม 10 ไร่จนประสบความสำเร็จ
  • ผลผลิตปลอดสารพิษ ลูกใหญ่–หวานกรอบ เป็นเอกลักษณ์ของพรหมพิราม
  • เปิดสวนให้ชม–ชิม พร้อมจำหน่ายในราคาย่อมเยา 100–150 บาท/กก.
  • เปิดรับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทำสวนตลอด มิ.ย.–ก.ค. 69

อดีต ครู และปลัด อบต. สองสามีภรรยา วัยเกษียณ หลังลงทุนปลูกต้นอินทผลัม 10 ไร่ ตั้งแต่ก่อนเกษียณ ตอนนี้ผันตัวมาเป็นเป็นเกษตรกรเต็มตัวแล้ว ผลผลิตออกมาเต็มสวน จึงเปิดสวนแบ่งปันความอร่อยให้ผู้สนใจเข้าเที่ยวชม และชิม อินทผาลัม ที่อร่อยกรอบใน 2 สายพันธุ์ ยืนยันไม่แพ้ที่ใด ยอดจอง และยอดเยี่ยมชมเริ่มมากขึ้น ยืนยันในสวนยังมีให้ชิมอีกเพียบ หรือสั่งซื้อได้ทางช่องทางออนไลน์ได้

ที่ พิษณุ อินทผาลัม ฟาร์ม (Pit’nu Intapalum Farm ) บ้านดงขวาง หมู่ 4 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก อดีตครูเกษียณ และปลัด อบต.เกษียณ สองสามีภรรยา ได้ใช้เนื้อที่ 10 ไร่ ที่ก่อนหน้าเป็นทุ่งนาข้าว เปลี่ยนมาปลูกอินทผาลัมแบบปลอดสารพิษ ด้วยตัวเองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ในอีก 3 ปีถัดมาก็เริ่มผลผลิตครั้งแรก ตอนนี้ 12 ปีผ่านไปแล้ว ต้นอินทผาลัมที่นี่เจริญเติบโตเต็มที่ วันนี้ได้ออกผลผลิตมาเต็มต้น พร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและชิมอินทผาลัม แบบใกล้ชิด ถึงต้น และหามุมแช๊ะภาพได้ตามใจชอบ

อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก คือ ครูนิด หรือ ครูทิพวรรณ สิงห์ลอ และ สามีก็คือ นาย พรศักดิ์ ทับทิม ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกำลังจะเกษียณราชการ เหลือเวลาอีก 3 เดือน เท่านั้น ได้วางรากฐานไว้ว่า เมื่อถึงวันเกษียณก็จะผันตัวมาเป็นเกษตรกรร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มตัวแน่นอน เพราะพื้นฐานเดิมก็เป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ได้ใช้เวลานอกราชการมาเริ่มต้นปรับพื้นที่นาเดิม 10 ไร่ และมีการถมที่ดินจนสูงเทียมคันนา จากนั้นได้ลงมือสั่งต้นพันธุ์อินทผาลัมชนิดเพาะเนื้อเยื่อ สายพันธุ์บาฮี และคารัส จากประเทศอังกฤษ จำนวน 250 ต้น ๆ ละ 1,500 – 1,700 บาทมาปลูก เนื่องจากวิเคราะห์ดูแล้วว่า น่าจะทำการตลาดได้ดีกว่าพืชอื่น ๆ ที่สำคัญดินที่ อำเภอพรมพิราม เหมาะกับการปลูกอินทผาลัมอย่างมากด้วย

ปลัดกล่าวว่า ตนและภรรยา ได้เข้ามาดูแลประคบประหงมมานานกว่า 12 ปี ไม่ค่อยได้ใช้สารเคมีในการดูแลสักเท่าไหร่ จะใช้ปุ๋ยคอก ขี้วัว ขี้ควาย ในท้องถิ่นมาตลอด จึงทำให้ผลผลิตอินทผาลัมจึงหวานกรอบอร่อยแบบธรรมชาติ ส่วนปัญหาแมลง นก หนู มารบกวนนั้น ตนได้ใช้ถุง และตาข่ายครอบผลไม้ ชนิดพิเศษ ห่อหรือครอบไว้ทุกทลาย และวันนี้ได้เริ่มให้ผลผลิตอีกครั้งหนี่งแล้ว ที่สำคัญยังคงออกมาดกเต็มต้น และลูกใหญ่ กรอบ หวาน อร่อย ซึ่งรสชาดนั้น นับวันยิ่งหวานขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาลในร่างกายจะสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ซึ่งเทคนิคการรับประทานอินทผาลัมให้หวานกรอบอร่อยนั้น คือการกินแบบสด ในสวนได้เลยเพราะปลอดสารพิษ หลังจากทำความสะอาดด้วยน้ำธรรมดาแล้ว ต้องขบด้วยฟันตามแนวยาว เนื้อเยื่อจะแตกซึมซับความหวานใส่ลิ้นทันที ปลัด ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่นี่มีปัญหาเรื่องของน้ำ ตนจึงได้วางระบบน้ำใต้ดิน เดินสายยางมาที่ต้นอิทผาลัมทุกต้น ทำให้สามารถมีน้ำไว้ดูแลต้นไม้ได้ตลอดปี แต่ปีนี้ก่อนหน้าเกิดภาวะแห้งแล้ง พอเริ่มออกผลผลิตกลับมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จึงประสบปัญหาลูกอินผาลัมที่ติดผลแล้วหลุดร่วง เพราะอินทผาลัมไม่ชอบน้ำเยอะ โชคดีช่วงนี้ฝนทิ้งช่วงเลยทำให้ผลผลิตในสวนยังคงมีมาก เพียงพอรองรับออเดอร์จากผู้ชื่นชอบรับประทาน

ขณะนี้เริ่มมีการจองซื้อผลผลิตเข้ามาบ้างแล้ว จากการโพสต์ขายทางสื่อโซเชียลมีเดีย และยังเปิดให้ผู้ที่อยากทำสวนหลังเกษียณเข้าไปดูชม และชิมได้ ที่สำคัญมีการเพาะเนื้อเยื่อต้นอินทผาลัมจำหน่ายในราคาถูกด้วย ท่านสนใจทักมาได้ที่ โทร. 094-6234722 หรือ หน้า Face book : Ponsak Tubtim หรือ Tippawan Tubtim ราคาก็ไม่แพงหน้าสวนกิโลกรัมละ 100 – 150 บาทเท่านั้น ซึ่งหลายคนที่มาเที่ยวที่นี่ต่างยืนยันว่า อินทผาลัมพรหมพิรามนี่ อร่อยจริง ๆ ขนาดต้องควบมอเตอร์ไซด์มาซื้อซ้ำถึงสวน ส่วนท่านใดสนใจ ช่วงเดือน มิถุนายน – กรกฏาคม 69 นี้ สวนเปิดรับสาวกอินทผาลัมทุกคน มาเยือน ตั้ง GPS มาได้เลย ค้นหาด้วยคำว่า Pit’nuIntapalam Farm จะมาถึงหน้าสวนได้ทุกวัน


ภาพ / ข่าว :
สุระเชษฐ์ จังหวัดพิษณุโลก