นนทบุรี : พ.ต.ท.วัย 50 ปี ร้องทุกข์หนัก บริษัทแท็กซี่ตั้งกิจการในหมู่บ้านจัดสรร ทางเจ้าของอู่เปิดใจ
Key Takeaways / ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือนเดือดร้อนจากบริษัทแท็กซี่ตั้งกิจการในหมู่บ้าน
- ผู้ร้องเรียนชี้ปัญหาต่อเติมผิดกฎหมาย–ใช้พื้นที่ผิดผังเมือง–ชำระภาษีไม่ถูกต้อง
- เจ้าของบริษัทชี้แจงยอมรับบางช่วงรถเยอะ พร้อมขอโทษและหาพื้นที่จอดเพิ่ม
- ผู้ร้องเตรียมยื่นเรื่องถึงผู้ว่าฯ และศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส
พ.ต.ท. อายุ 50 ปี อาชีพข้าราชการตำรวจ ร้องผ่านหลัง เข้าไปชื้อบ้านที่หมู่บ้าน ซึ่งเป็นจัดสรร อ.เมือง จ.นนทบุรี และมี บริษัทแท็กซี่ จำกัดได้จัดตั้งบริษัทและดำเนินกิจการภายในหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งอยู่คนละฝั่งทางกับบ้านของตนทำให้ตนได้รับความเดือนร้อนกับการที่รถแท็กซี่วิ่งวนเข้าออกหรือจอดตามไหล่ทางทำให้ชาวบ้านและตนได้รับผลกระทบ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบ พ.ต.ท อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ร้องกล่าวว่าผู้ร้อง ให้ข้อเท็จจริงว่า ตนได้ซื้อบ้านที่หมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวและเข้ามาพักอาศัยในปีพ.ศ.2566 ภายหลังจากที่ตนได้เข้ามาอาศัยในหมู่บ้าน พบว่า บริษัทแท็กซี่ จำกัด” ได้จัดตั้งบริษัทและดำเนินกิจการภายในหมู่บ้านจัดสรร(หมู่บ้านเก่าไม่มีนิติฯและไม่ได้อยู่ในอำนาจกรมที่ดิน) ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของตน และทราบว่า เมื่อปีพ.ศ.2561 “บริษัทแท็กซี่ จำกัด” ได้ซื้อบ้านในหมู่บ้านแล้วทำการดัดแปลง ต่อเติม ทุบ สร้างโครงหลังคาครอบเต็มพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าของบริษัทฯซึ่งเป็นกลุ่มคนขับแท็กซี่ ขับรถเข้ามาจอดเต็มหมู่บ้าน ทั้งทิ้งขยะ สูบบุหรี่ ปัสสาวะ จอดตามหน้าบ้านเรือนของลูกบ้าน กีดขวางทางสาธารณะพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ลูกบ้าน ต่างกลัวอิทธิพล
เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2569 ตนได้ส่งเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางอิเลคทอรนิกส์ เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ส่งไปหลายหน่วยงาน ผ่าน “ผู้ตรวจการแผ่นดิน , สำนักนายกฯ , อบต.” เพื่อให้ อบต. เข้าตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ใน 3 ประเด็น คือ
- การสร้างต่อเติมอาคารผิดกฎหมาย
- การประกอบพาณิชย์ ในพื้นที่สีเหลือง ซี่งเป็นชุนชนที่พักอาศัยของประชาชน ตามผังเมือง จ.นนทบุรี
- หลบเลี่ยงไม่นำโฉนดที่ดินที่ทุบบ้านออกไปชำระภาษีที่ดินที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่นำที่ดินที่ตั้งบริษัทฯผืนเชื่อมติดกันไปชำระภาษีที่ดินเท่านั้น (เพราะมองด้วยตาเปล่าจะไม่สามารถแยกผืนที่ดินได้) ทำให้รัฐขาดรายได้ ตั้งแต่ปี 63 เรื่อยมา
การดำเนินการพาณิชย์ ที่ผิดกฎหมายทั้ง 3 ข้อ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชนเกือบ 50 ครัวเรือน อบต. ทราบเรื่องและเรียกประชุม แต่ประวิงเวลา ไม่เข้าตรวจสอบ จนชาวบ้านรู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และนำมาสู่การตั้งข้อสงสัยว่าทาง อบต.ฯ มีส่วนได้เสียกับบริษัทฯต้นเหตุหรือไม่ ถึงได้ปล่อยเรื่องราวมาได้ตั้งแต่ก่อนปี 2561จนถึงปัจจุบัน
ตนได้ทำหนังสือร้องเรียนเรื่องราวดังกล่าว และจะนำส่งไปยัง อบต. และ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรม และผู้ร้องจะทำการติดตามเรื่องร้องเรียนดังกล่าวตนได้เพื่อประสงค์ให้ ทางสื่อฯช่วยเหลือประสานการดำเนินการระหว่างชาวบ้านผู้เดือดร้อน(จำนวน 50 หลังคาเรือน) และ เจ้าหน้าที่ของรัฐฯ เพื่อมิให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านถูกปล่อยผ่าน หรือไม่รับการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนอย่างยุติธรรมจึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าตรวจสอบบริษัทแท็กซี่ จำกัด
ทางด้าน นายพิเศษทินกร ณ อยุธยา อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของ บริษัทแท็กซี่ จำกัด กล่าวว่า ตนเข้ามาชื้ออาคารและบ้านเดี่ยว ที่หมู่บ้าน ปี 2559 ซึ่งปีที่ตนมาชื้อเป็นเหมือนบ้านล้างและได้ทุบบ้านเดี่ยวทิ้งเพื่อทำเป็นที่จอดรถและเปิดเป็น บริษัทแท็กซี่ จำกัด และได้จ่ายค่าภาษีถูกต้องทุกอย่าง และได้เข้ามาอยู่ ปี 2561 และช่วงโควิดที่ผ่านมารถแท็กชี่วิ่งวนเข้ามาเยอะเพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำเริ่มหากินลำบากพอจะดีขึ้นก็มาโดนพิษสงครามต่างประเทศยิ่งลำบากเข้าไปอีกจึงทำให้รถแท็กชี่วิ่งวนเข้ามาเยอะขึ้นตนยอมรับว่าบางวันรถจอดเยอะจริงแต่เป็นบางช่วงเท่านั้นไม่ได้จอดแซ่ทั้งวันทั้งคืน ส่วนห้องน้ำที่สูบบุหรี่ตนก็ทำเอาไว้บริการพี่น้องที่ขับรถแท็กชี่เพื่อความสะดวกถ้าทำให้เพื่อนบ้านลำบากตนก็กราบขอโทษจริงๆกับการที่คนขับแท็กชี่เข้ามาจอดรถเยอะ และทุกวันนี้ตนก็ได้ไปหาเช่าที่จอดรถเอาไว้แล้วและขอฝากถึงพี่ๆน้องๆที่ขับรถแท็กชี่ว่าอย่าไปยืนปัสสาวะตามข้างทางหรือไปยืนสูบบุรีตามข้างทางเพราะทางบริษัทได้จัดทำเอาให้หมดแล้วเพื่อความสะดวกสะบาย

