“เมธาสิทธิ์” เจ๋งผงาดแชมป์เอเชียสมัย 5ส่วน “วิภาวี” ครองเจ้าทวีปเป็นสมัย 10
สองนักปั่นดาวน์ฮิลทีมชาติไทยโชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ ในศึกจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อ “เบส” เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ผงาดครองเจ้าเอเชียสมัยที่ 5 ขณะที่ “เพ็ชร” วิภาวี ดีคาบาเลส ยังรักษาความยิ่งใหญ่ไว้ได้ ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 10 พาทีมไทยกวาด 2 เหรียญทองประเภทดาวน์ฮิลอย่างงดงาม
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ส่งนักกีฬาจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทยไปแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่กรุงทาซเคนท์ ประเทศอุซเบกิสถาน ระหว่างวันที่ 23-27 มิถุนายน ล่าสุด จากรายงานของ มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ และ จ.อ.เสรี เรืองศิริ สองผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ระบุว่า ในรายการดาวน์ฮิลประชาชนชาย-หญิง ทีมชาติไทยส่งสองนักปั่นมือหนึ่งของไทย “เบส” อส.ทพ.เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ เจ้าของแชมป์เอเชีย 4 สมัย และ “เพ็ชร” จ.อ.หญิง วิภาวี ดีคาบาเลส เจ้าของแชมป์เอเชีย 9 สมัย ลงชิงชัยฝีเท้าในสภาพเส้นทางการแข่งขันบนภูเขาโล่ง กระแสลมแรงเป็นอุปสรรคใหญ่ของการชิงชัย
พลเอกเดชา กล่าวว่า ในรอบเทสรัน หรือการทดสอบเวลา เมธาสิทธิ์ ทำเวลา 2.28.367 นาที เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 รองจาก ยูกะ อิคูตะ จากประเทศญี่ปุ่น ตามหลังเกือบ 2 วินาที ส่วนวิภาวี เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2.45.503 นาที เป็นอันดับ 1 ดีกว่า มิลาตุล คาซิมาห์ แชมป์เก่า 2 สมัยชาวอินโดนีเซีย 3 วินาที ขณะที่รอบชิงชนะเลิศแข่งขันช่วงบ่าย สองนักปั่นมือหนึ่งดาวน์ฮิลของไทยทุ่มเทหัวใจปล่อยพลังเต็มร้อย แม้ว่ากระแสลมจะรุนแรงและสภาพสนามเป็นสนามที่ต้องใช้ความเร็วสูง แต่เมธาสิทธิ์และวิภาวีต่างก็ถนัดสนามที่ต้องใช้เทคนิคสูงมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนก็ไม่ได้ทำให้แฟนกีฬาสองล้อไทยผิดหวัง ปั่นเข้าเส้นชัยทำเวลาดีที่สุดคว้าแชมป์เอเชียมาครองสำเร็จทั้งในรุ่นประชาชนชาย และ ประชาชนหญิง ผงาดครองเจ้าเอเชียในประเภทดาวน์ฮิลอีกสมัยอย่างงดงาม
“เมธาสิทธิ์ ซึ่งเป็นแชมป์เก่า 2 สมัยซ้อน ทำสถิติในรอบชิงชนะเลิศ 2.25.099 นาที ดีกว่ารอบเทสรันที่เมธาสิทธิ์พลาดเสียเวลาไปเล็กน้อยในช่วงต้นของการแข่งขัน โดยเมธาสิทธิ์ทำเวลาดีกว่า เชียง เฉิงชาง จากไต้หวัน ที่ทำเวลามาเป็นอันดับ 2 ด้วยเวลา 2.26.094 นาที ส่วนอันดับ 3 เป็นยูกะ อิคูตะ จากญี่ปุ่น 2.26.682 นาที แต่ปรากฏว่าผู้ตัดสินพิจารณาตัดสิทธิ์การแข่งขันนักปั่นจากไต้หวันเนื่องจากออกนอกเส้นทางการแข่งขันทำให้ยูกะคว้าเหรียญเงินมาครอง ส่วนเหรียญทองแดงตกเป็นของ เท็ตสุมะ ฮากูจิ จากญี่ปุ่น ขณะที่รุ่นประชาชนหญิง วิภาวีปั่นทำสถิติในรอบชิงชนะเลิศ 2.44.843 นาที และแม้ว่าจะทำเวลาต่ำลงเกือบ 1 วินาที จากรอบเทสรัน แต่ก็ต้องลุ้นกันสุดตัวและคว้าเหรียญทองมาครองด้วยเวลาที่ดีกว่า มิลาตุล แชมป์เก่า 2 สมัยชาวอินโดนีเซีย เพียง 0.299 วินาที สำหรับเหรียญทองแดงเป็นของนาโอมิ การ์โดเซ่ ดาวรุ่งที่น่าจับตามองชาวฟิลิปปินส์ ทำสถิติ 2.53.776 นาที” พลเอกเดชา กล่าว
พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า จากผลงาน 2 เหรียญทองแชมป์เอเชียรายการดาวน์ฮิลชายและดาวน์ฮิลหญิง เป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยซ้อน และเป็นแชมป์สมัยที่ 5 ของเมธาสิทธิ์ ขณะที่วิภาวีครองแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 10 จึงเป็นข้อพิสูจน์อีกครั้งว่าทีมชาติไทยยังคงครองความเป็นหนึ่งจักรยานประเภทดาวน์ฮิลเอเชีย ซึ่งน่าเสียดายที่ในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีการบรรจุเข้าเป็นรายการชิงเหรียญ ไม่เช่นนั้นทัพนักกีฬาจักรยานไทยก็จะมีลุ้นเหรียญทองเพิ่มทั้งสองรายการแน่นอน
“นักปั่นทีมชาติไทยยังเหลือการแข่งขันในศึกจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย 2026 อีก 2 รายการ ได้แก่ รายการครอสคันทรีโอลิมปิก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง ที่มี น.ส.พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง และ น.ส.ปิ่นภัค เชียงสวน ลงชิงชัย, รุ่นเยาวชนหญิง ที่มี น.ส.ภุมรัตน์ เฉลิมกิจ ลงแข่ง และรายการครอสคันทรีโอลิมปิก รุ่นประชาชนชาย ที่มี ส.ท.พูนศิริ ศิริมงคล, จ.อ.วัชรกรณ์ อ่อนธุลี, และ นายพงศ์พีระ พงษ์อายุกูล ลงแข่ง ซึ่งนอกจากเป็นการชิงชัยแชมป์เอเชียแล้ว ยังจะเป็นการวัดฝีเท้าครั้งสุดท้ายของนักปั่นเสือภูเขาไทยชุดเตรียมความพร้อมสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้” พลเอกเดชา กล่าวทิ้งท้าย
