ประชุมล่มทำแผนแม่บทปี 69 หยุดชะงัก ชี้รัฐจ่อสูญรายได้แสนล้าน พร้อมชงแก้กฎหมายต่ออายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัลปี 72 โดยไม่ต้องประมูลใหม่

นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 18 (กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์วิกฤตสภาวะสุญญากาศทางการเมืองและการประชุมล่มติดต่อกันของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) โดยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความล่าช้าของงานระดับนโยบายที่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจฃ โครงสร้างสื่อมวลชน และการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ

นายจำลอง เปิดเผยว่า ปัญหาการประชุมล่มซ้ำซากกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569–2573) ซึ่งเป็นเข็มทิศนำทางสื่อของประเทศ ที่ขณะนี้ถูกแช่แข็งและไม่มีความขับเคลื่อนใดๆ เพิ่มเติม หากบอร์ด กสทช. ยังไม่สามารถเปิดประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบได้ ผลกระทบอาจจะบานปลายไปสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม สื่อกระจายเสียง และเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งระบบ รัฐบาลและประเทศชาติต้องสูญเสียรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล ทั้งจากแผนการจัดสรรคลื่นความถี่รอบใหม่และสิทธิใช้วงโคจรดาวเทียม ความล่าช้าในโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในกลุ่ม Data Center, Cloud Computing และ AI ซึ่งเมื่อประเมินมูลค่าความเสียหายทางอ้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจที่หลุดลอยไปแล้ว อาจสูงถึงหลักแสนล้านบาท

ในส่วนของอนาคตอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลที่จะหมดอายุใบอนุญาตลงในปี 2572 นายจำลอง ได้เสนอทางออกเชิงนโยบายว่า ส่วนตัวเห็นควรให้เพิ่มบทบัญญัติยกเว้นหรือเงื่อนไขพิเศษ ให้ กสทช. มีอำนาจพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต ให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตเดิมได้ หากผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานและคุณภาพบริการ โดยไม่ต้องจัดประมูลใหม่ เนื่องจากสภาพบริบทของสื่อและการเสพข่าวสารของผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านไปสู่ออนไลน์อย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้โมเดลธุรกิจทีวีดั้งเดิมสุ่มเสี่ยงและต้องแบกรับสภาวะขาดทุนอยู่แล้ว การบังคับให้ผู้ประกอบการเดิมต้องแบกรับภาระเข้าแข่งขันประมูลเคาะราคาอีกครั้ง จึงเป็นการซ้ำเติมอุตสาหกรรมและส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคลากรในวงการสื่อ

นายจำลอง ย้ำว่า ข้อเสนอครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของภาคธุรกิจ แต่เป็นการปกป้องอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนที่ทำหน้าที่ป้อนเนื้อหาเชิงคุณภาพและขับเคลื่อนสังคม ตลอดจนเป็นการโอบอุ้มและรักษาการจ้างงานของบุคลากรในสายวิชาชีพสื่อที่มีอยู่จำนวนนับแสนราย ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจำเป็นต้องมีการเร่งแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางกรอบความชัดเจนและสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ประกอบการล่วงหน้าก่อนจะถึงปี 2572

“หากการประชุม กสทช. ยังล่มไม่เลิก แผนแม่บทปี 69 ไม่ขยับ รัฐก็มีแต่เสียกับเสีย ทั้งสูญเสียรายได้และสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ จึงขอเรียกร้องไปยังฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรี ได้โปรดเข้ามารับรู้และใช้อำนาจตามกลไกการบริหารราชการแผ่นดิน เข้ามาช่วยกำกับ ดูแล และประสานคลี่คลายปัญหานี้โดยด่วน เพื่อผ่าทางตันให้ กสทช. กลับมาทำงานได้ตามปกติเพื่อประโยชน์ของประชาชน” นายจำลอง กล่าวในที่สุด