นครสวรรค์ : ผนึกกำลังแก้หนี้เกษตรกร มอบเงินอุดหนุน–ชำระหนี้แทน ลงนาม MOU 11 สหกรณ์


จังหวัดนครสวรรค์เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร พร้อมส่งเสริมการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ โดยจัดเวทีประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อสร้างความร่วมมือในพื้นที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทรวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมเบเวอร์ลี่ ฮิลล์ ปาร์ค จังหวัดนครสวรรค์ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ สถาบันเจ้าหนี้ ผู้บริหารสหกรณ์ ผู้นำองค์กรเกษตรกร เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย และสื่อมวลชน

การจัดเวทีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทั้งด้านการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เป็นไปอย่างเป็นระบบและครอบคลุม ทั้งด้านการเงินและการช่วยเหลือทางกฎหมาย

ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “การช่วยเหลือเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร และการช่วยเหลือทางกฎหมายให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์” โดยมีผู้แทนจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานสหกรณ์จังหวัด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมีผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นอกจากนี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดนครสวรรค์ ได้มอบเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรเกษตรกร 2 องค์กร รวม 80,000 บาท ได้แก่ กลุ่มเพื่อนเกษตรกรพัฒนาวังซ่าน ได้รับงบประมาณ 50,000 บาท สำหรับโครงการปลูกตะไคร้ยั่งยืน และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปางสวรรค์ ได้รับงบประมาณ 30,000 บาท สำหรับโครงการจัดทำไม้กวาด โดยทั้งสองโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี และมุ่งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ ความเข้มแข็ง และองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพขององค์กรเกษตรกร

ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน มีการมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรให้แก่สหกรณ์เจ้าหนี้ 8 แห่ง จำนวน 11 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 9,739,385.05 บาท เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถรักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จะทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินคืนกับกองทุนฯ มีระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 20 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย และต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ขณะเดียวกัน ยังมีการมอบคืนหลักประกันให้แก่เกษตรกรตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 โดยโครงการกำหนดให้พักชำระเงินต้นร้อยละ 50 และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน จากนั้นให้เกษตรกรชำระเงินต้นส่วนที่เหลือภายในระยะเวลาที่ตกลง แต่ไม่เกิน 15 ปี หากชำระครบตามเงื่อนไข เงินต้นและดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการยกให้เกษตรกร ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มเติมกับสถาบันการเงินอื่น

สำหรับจังหวัดนครสวรรค์ มีเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ได้รับสิทธิ 2,171 ราย เข้าร่วมโครงการ 1,465 ราย และได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 911 ราย โดยมีเกษตรกร 1 ราย คือ นายสำราญ เจริญนุ่ม ที่สามารถปิดบัญชีได้สำเร็จ และได้รับหลักประกันคืน หลังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้รับการชดเชยจากรัฐบาลและดำเนินการไถ่ถอนจำนองเรียบร้อยแล้ว

อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญ คือ การลงนามบันทึกข้อตกลงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรระหว่างสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดนครสวรรค์ กับสหกรณ์ในพื้นที่ รวม 11 แห่ง ครอบคลุมเกษตรกร 191 ราย จำนวน 340 สัญญา มูลหนี้รวม 84,824,330.59 บาท เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกันในการชำระหนี้แทนเกษตรกรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันเจ้าหนี้ และองค์กรเกษตรกรในการรับมือกับปัญหาหนี้สินที่ส่งผลกระทบทั้งต่อรายได้ การดำรงชีวิต และความสามารถในการประกอบอาชีพของเกษตรกร โดยมุ่งให้การช่วยเหลือด้านหนี้สินควบคู่ไปกับการฟื้นฟูอาชีพและการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถรักษาทรัพย์สินสำคัญและกลับมาสร้างรายได้อย่างมั่นคง พร้อมวางรากฐานการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์